DIT ผนึก CP Axtra เร่งระบายมะพร้าวน้ำหอมผ่านแม็คโคร-โลตัส 2,600 สาขาทั่วประเทศ
กรมการค้าภายใน (DIT) ได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัท CP Axtra จำกัด (มหาชน) เพื่อเร่งระบายมะพร้าวน้ำหอมผ่านเครือข่ายห้างแม็คโครและโลตัสกว่า 2,600 สาขาทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักในการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวที่กำลังเผชิญกับปัญหาราคาตกต่ำและผลผลิตล้นตลาด นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเปิดช่องทางการจำหน่ายที่กว้างขวาง พร้อมทั้งส่งเสริมการบริโภคมะพร้าวน้ำหอมในประเทศ
สถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมและมาตรการช่วยเหลือ
จากสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมในปีนี้ ปริมาณผลผลิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ในขณะที่ตลาดส่งออกสำคัญอย่างประเทศจีนมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการแข่งขันและพฤติกรรมผู้บริโภค โดยในช่วงที่ผลผลิตไทยมีน้อย จีนได้เปิดนำเข้าจากประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม ประกอบกับเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูหนาว ชาวจีนเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคเป็นน้ำมะพร้าวแทนผลสด ส่งผลให้ส่งออกมะพร้าวน้ำหอมผลสดลดลงอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ สัดส่วนมะพร้าวเกรดรองที่มีน้ำหนักผลไม่เกิน 1 กิโลกรัม ซึ่งมีคุณภาพน้ำและเนื้อหวานดี แต่ไม่สามารถส่งออกได้เนื่องจากมาตรฐานส่งออกที่เข้มงวด ส่งผลให้เกิดการสะสมในประเทศจำนวนมาก กระทบต่อราคามะพร้าวในประเทศโดยตรง
ความร่วมมือกับ CP Axtra และมาตรการเร่งด่วน
เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว DIT ได้ร่วมมือกับ CP Axtra ซึ่งปกติรับซื้อมะพร้าวประมาณ 3 ล้านลูกต่อปี โดยเพิ่มเป้าหมายการรับซื้อเป็น 6 ล้านลูกต่อปีในปี 2569 เพื่อช่วยดูดซับส่วนเกินของผลผลิต โดยจะจำหน่ายในราคาพิเศษให้ประชาชนผ่านช่องทางกระจายสินค้าที่ครอบคลุมกว่า 2,600 สาขาทั่วประเทศ
นายวิทยากร กล่าวเพิ่มเติมว่า "นอกจากนี้ ยังได้เปิดพื้นที่ในห้างแม็คโครและโลตัสรวม 10 สาขาศักยภาพในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงสำนักงานใหญ่ 1 แห่ง ให้เกษตรกรนำมะพร้าวน้ำหอมสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปมาจำหน่ายตรงถึงผู้บริโภคโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรโดยตรง"
ผลกระทบต่อราคาและความคืบหน้า
นางสาวกชกร ทองทา เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมในจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่าในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมออกสู่ตลาดจำนวนมากและกระจุกตัวต่อเนื่องถึงเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผลผลิตตกค้างในพื้นที่ ทำให้ราคามะพร้าวช่วงเดือนมกราคมมีราคาหน้าสวนลูกละเพียง 2-3 บาท
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ DIT ได้เข้ามาช่วยพยุงราคาและหาช่องทางกระจายผลผลิตเพิ่มตั้งแต่ต้นปี ราคามะพร้าวน้ำหอมได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็น 4-5 บาทต่อลูก และปัจจุบันราคาหน้าสวนอยู่ที่ 6-7 บาทต่อลูก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของมาตรการช่วยเหลือ
มาตรการระยะกลางและระยะยาว
นายวิทยากร กล่าวถึงการดำเนินมาตรการระยะกลางและระยะยาวควบคู่กันว่า "เพื่อรักษาตลาดมะพร้าวน้ำหอม รวมถึงน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ เบื้องต้นกรมฯ ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ในประเด็นการแสดงฉลากให้ตรง รวมถึงแนวทางการแยกน้ำมะพร้าวแต่งกลิ่นกับน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% ให้มีความชัดเจน"
นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มคุณภาพมะพร้าวน้ำหอมโดยการบำรุงรักษาต้นพันธุ์ ใช้ต้นพันธุ์อายุไม่เกิน 15 ปี และการจัดโซนพื้นที่การปลูก (Zoning) เพื่อให้ได้มะพร้าวน้ำหอมที่มีผลผลิตได้คุณภาพมาตรฐานตามที่ตลาดต้องการ
แนวคิด Zero Waste และการแปรรูป
DIT ยังได้นำแนวคิด Zero Waste มาใช้กับเปลือกและกะลามะพร้าว ซึ่งจะมีจำนวนมากจากการควั่นและเจาะน้ำ โดยการนำเศษวัสดุเหลือใช้มาแปรรูปเป็นสินค้าต่างๆ เช่น ถ่านอัดแท่งจากกะลามะพร้าว Biochar หรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุคงเหลือ เพื่อยกระดับมูลค่าทั้งระบบห่วงโซ่
เป้าหมายและความคาดหวัง
ในส่วนของมะพร้าวผลสดในปีนี้ คาดว่าในช่วงเดือนเมษายนจะปรับตัวสูงขึ้น โดยขณะนี้ราคามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องจากมาตรการเชื่อมโยงตลาดและการดูดซับผลผลิตที่กรมดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
นายวิทยากร กล่าวทิ้งท้ายว่า "DIT ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมสนับสนุนเกษตรกรไทย เลือกซื้อมะพร้าวน้ำหอมสดจากสวนที่นำมาจำหน่ายในห้างแม็คโครและโลตัส ซึ่งในปีนี้ผลผลิตมีคุณภาพดี น้ำหวาน หอม สดใหม่ และจำหน่ายในราคาที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้"



