สุริยะเรียกด่วนผู้นำเข้าปุ๋ยใหญ่ รับมือขาดแคลนยูเรียจากสงครามตะวันออกกลาง
สุริยะเรียกด่วนผู้นำเข้าปุ๋ยใหญ่ รับมือขาดยูเรีย

สุริยะเรียกด่วนผู้นำเข้าปุ๋ยใหญ่ รับมือวิกฤตขาดแคลนยูเรียจากสงครามตะวันออกกลาง

วันนี้ (9 เมษายน 2569) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เริ่มปฏิบัติภารกิจแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง ด้วยการเรียกประชุมด่วนผู้ประกอบการเอกชนรายใหญ่ผู้นำเข้าปุ๋ย เพื่อวิเคราะห์และรับมือกับสถานการณ์ความเสี่ยงที่ปุ๋ยยูเรียอาจขาดแคลนในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากการระงับการส่งออกจากจีนและผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง

สำรองปุ๋ยเพียงพอระยะสั้น แต่ต้องเร่งแผนสำรองจากปัจจัยภายนอก

นายสุริยะเปิดเผยว่า แม้ปัจจุบันประเทศไทยมีปริมาณปุ๋ยสำรองคงคลังรวมกว่า 920,000 ตัน (ข้อมูล 31 มีนาคม 2569) ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานในระยะสั้น แต่ปัจจัยภายนอกอย่างสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้เรือขนส่งสินค้าประเภทแม่ปุ๋ยไม่สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ประกอบกับประเทศจีนซึ่งเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 1 ได้ระงับการส่งออกปุ๋ยชั่วคราว จึงทำให้ไทยต้องเร่งหาแผนสำรองอย่างเร่งด่วน

เตรียมเจรจานำเข้าจากรัสเซียสัปดาห์หน้า สร้างความมั่นคงทางทรัพยากรเกษตร

รมว.เกษตรฯ ระบุต่อว่า ในสัปดาห์หน้ามีกำหนดการเดินทางไปเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรของรัสเซีย เพื่อเพิ่มช่องทางการนำเข้าปุ๋ยยูเรียทดแทนส่วนที่หายไปจากจีนและตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรเกษตรและเพิ่มโอกาสทางการค้าระหว่างไทย-รัสเซียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สั่งตรวจเข้มสต็อกทั่วประเทศ ป้องกันมิจฉาชีพกักตุนซ้ำเติมเกษตรกร

ในขณะเดียวกัน นายสุริยะยังกำชับให้คณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบการกักตุนสินค้าในระดับร้านค้าปลีกรายย่อย หากพบการกระทำผิดหรือการปั่นราคาสินค้าในช่วงวิกฤต จะดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาดทันที เพื่อป้องกันมิจฉาชีพซ้ำเติมเกษตรกร

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เจียไต๋ยืนยันความร่วมมือในรูปแบบ "ทีมไทยแลนด์" เน้นใช้ปุ๋ยให้เหมาะสม

ด้านนายมนัส เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจียไต๋ จำกัด ยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในรูปแบบ "ทีมไทยแลนด์" โดยระบุว่าปุ๋ยที่เสี่ยงขาดแคลนมีเพียงปุ๋ยยูเรียเท่านั้น ส่วนปุ๋ยชนิดอื่นและวัตถุดิบอื่น ๆ ยังสามารถจัดหาได้ภายในประเทศและไม่มีปัญหาน่ากังวล นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้องค์ความรู้แก่เกษตรกรในการใช้ปุ๋ยให้ถูกสัดส่วนและเหมาะสมกับสภาพดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตท่ามกลางข้อจำกัดด้านทรัพยากร

กรมวิชาการเกษตรชี้ช่องว่างนำเข้า 1 ล้านตัน เร่งดีลรัสเซียป้องกันผลกระทบฤดูเพาะปลูก

สอดคล้องกับข้อมูลจากนายรพีภัทร จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ที่เปิดเผยสถิติการนำเข้าปุ๋ยย้อนหลังพบว่าไทยมีความต้องการใช้สูงถึงปีละ 4-6,000,000 ตัน โดยในปี 2569 นี้ คาดการณ์ว่าไตรมาสที่ 2 (เมษายน-กรกฎาคม) จะมีความต้องการใช้ปุ๋ยสูงถึง 3,000,000 ตัน แต่ตัวเลขการนำเข้าเบื้องต้นอยู่ที่เพียง 2,000,000 ตัน เท่านั้น ช่องว่างจำนวน 1,000,000 ตันนี้เองคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ภาครัฐต้องเร่งเปิดดีลนำเข้าจากรัสเซีย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรของไทยในฤดูกาลเพาะปลูกที่กำลังจะมาถึง