เครือข่ายอาจารย์-นักวิจัยไทย ขยายผลวิจัยปุ๋ยชีวภาพจากวัสดุท้องถิ่น ช่วยเกษตรกรรับมือวิกฤตปุ๋ยเคมีแพง-ขาดแคลน
ในภาวะที่สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาและความมั่นคงของปุ๋ยเคมีนำเข้า เครือข่ายคณาจารย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศไทย ได้รวมพลังขยายผลองค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อพัฒนาปุ๋ยชีวภาพจากวัสดุชีวมวลในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายหลักคือช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถผลิตปุ๋ยใช้เองได้ ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีราคาแพงและเสี่ยงขาดแคลน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม
ความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์และร้อยเอ็ด
ดร.นิศานาถ แก้ววินัด คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เปิดเผยว่า คณาจารย์และนักวิจัยซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ตระหนักถึงความเสี่ยงที่เกษตรกรต้องแบกรับจากต้นทุนปุ๋ยเคมีที่สูงขึ้นและอาจขาดแคลน จึงได้ลงมือรณรงค์ถ่ายทอดความรู้ในการทำปุ๋ยใช้เองจากวัสดุชีวมวลในพื้นที่ เช่น มูลวัว มูลหมู และมูลไก่ ให้กับเกษตรกรในชุมชนต่างๆ อย่างกลุ่มยะวึก กลุ่มไทรงาม และกลุ่มบ้านศรีณรงค์ เพื่อให้มีปุ๋ยเพียงพอในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกหลังวันพืชมงคล
ด้าน ผศ.ชัญญรินทร์ สมพร รองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด กล่าวเสริมว่า คณะนักวิจัยได้ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรทำปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุชีวมวล โดยเน้นการใช้มูลสัตว์ที่เลี้ยงกันทั่วไปมาหมักกับน้ำเชื้อจุลินทรีย์และแกลบ ซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตรที่ปุ๋ยคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 40-60%
นวัตกรรมจากมหาวิทยาลัยนครพนมและลำปาง
ผศ.กัมปนาท เภสัชชา อาจารย์คณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม ระบุว่า นอกจากปุ๋ยชีวภาพแล้ว ทีมวิจัยยังได้พัฒนาสูตรอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงโคโดยใช้วัตถุดิบในพื้นที่ เช่น มันสำปะหลังและรำข้าว เพื่อทดแทนการนำเข้า พร้อมกับรวบรวมมูลโคมาหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหาปุ๋ยแพงและอาหารสัตว์ราคาสูงจากสงครามตะวันออกกลาง
ขณะที่ ผศ.ณรงค์ คชภักดี รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง กล่าวถึงการขยายผลวิจัยปุ๋ยชีวภาพจากวัสดุชีวมวล โดยแนะนำเกษตรกรให้นำใบกระถินไปหมักกับนมเปรี้ยวและกากน้ำตาล เพื่อผลิตปุ๋ยที่มีสารอาหารครบถ้วนสำหรับพืชหลากหลายชนิด เช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ถั่วลายเสือ ลำใย และผักต่างๆ ซึ่งได้ผลดีในทางปฏิบัติ
ความหลากหลายของสูตรปุ๋ยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และทักษิณ
รศ.จรีรัตน์ รวมเจริญ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดเผยว่า ทีมวิจัยมีชุดความรู้จากงานวิจัยในการทำปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมีหลายสูตร เช่น การใช้ต้นปาล์มน้ำมันหมักกับมูลไก่ หรือการนำเศษวัสดุจากทะเลอย่างเศษปลา แกนปลาหมึก เปลือกกุ้ง เปลือกหอย และเปลือกปู มาหมักร่วมกับน้ำต้มปลาและน้ำจุลินทรีย์ เพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูงที่ช่วยลดผลกระทบจากปุ๋ยเคมีแพงและขาดแคลน
ผศ.ปริศนา วงค์ล้อม อาจารย์คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวถึงการพัฒนาสารปรับปรุงดินจากมูลค้างคาวในถ้ำเขากลาง จังหวัดพัทลุง ซึ่งมีธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปตัสเซียมสูง เหมาะสำหรับใช้ทดแทนปุ๋ยเคมีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วน ผศ.พีรนาฏ คิดดี จากคณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้นำสาหร่ายหางกระรอกซึ่งเป็นวัชพืชน้ำมาหมักกับมูลโคเพื่อผลิตปุ๋ยหมัก ช่วยเกษตรกรรับมือกับปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพง
วิสัยทัศน์จากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่
นายกิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กล่าวแสดงความยินดีที่คณาจารย์และนักวิจัยซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก บพท. มีความกระตือรือร้นในการขยายผลงานวิจัยเพื่อส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุชีวมวลในพื้นที่ ซึ่งไม่เพียงช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศที่มีมูลค่าสูงถึงปีละกว่า 9.4 หมื่นล้านบาทหรือประมาณ 5 ล้านตัน แต่ยังสร้างโอกาสให้ภาคการเกษตรไทยพึ่งพาตนเองมากขึ้น ส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตเกษตรกร เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่ภาครัฐกำลังเร่งตรวจสอบมาตรการดูแลปุ๋ยและปัจจัยการผลิตเพื่อไม่ให้กระทบเกษตรกร โดยพบว่ามีการทำผิดกฎหมายในบางพื้นที่ เช่น การไม่ติดป้ายราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการแก้ปัญหาด้านปุ๋ยอย่างเร่งด่วนและยั่งยืน



