ชาวนาประท้วงกระทรวงพาณิชย์ ต้นทุนน้ำมัน-ปุ๋ยพุ่ง จี้เร่งมาตรการช่วยเหลือด่วน
กลุ่มชาวนาและเกษตรกรไทยได้รวมตัวกันเพื่อกดดันกระทรวงพาณิชย์ หลังเผชิญกับวิกฤตต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและปุ๋ยเคมี ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อรายได้ในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง
ข้อเรียกร้องเร่งด่วนและมาตรการตอบรับจากรัฐบาล
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรไทย เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือถึงนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอให้แก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในภาคเกษตรกรรมอย่างเร่งด่วน พร้อมหารือกับนายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ผลจากการหารือ กระทรวงพาณิชย์ได้ข้อสรุปที่จะดำเนินการจัดตั้งจุดรับซื้อข้าวตามข้อเรียกร้องของสมาคมฯ โดยจะเริ่มดำเนินการผ่านโรงสีและสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา พิจิตร นครสวรรค์ กำแพงเพชร และสุโขทัย ก่อนขยายไปยังสุพรรณบุรี นครปฐม และอ่างทอง โดยตั้งเป้าหมายรับซื้อข้าวเปลือกจำนวน 1 ล้านตัน
สำหรับมาตรการด้านราคา เนื่องจากปัจจุบันราคาข้าวเปลือกความชื้น 25% อยู่ที่ประมาณ 6,500 - 7,000 บาทต่อตัน ซึ่งถือว่าตกต่ำ รัฐบาลจะเตรียมมาตรการชดเชยเพิ่มเติมตันละ 300 บาท ผ่านจุดรับซื้อที่กำหนด โดยไม่มีการจำกัดจำนวนไร่ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ทันทีในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมนี้
มาตรการควบคุมราคาปุ๋ยและโครงการช่วยเหลือเกษตรกร
ในส่วนของปัญหาราคาปุ๋ยที่พุ่งสูงถึงกระสอบละ 1,200 บาท กรมการค้าภายในยืนยันจะเข้มงวดการตรึงราคาไว้ตามกำหนดเดิม พร้อมเตรียมเปิดตัวโครงการ "ปุ๋ยธงเขียว" เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร จำหน่ายปุ๋ยราคาถูกให้ครัวเรือนละ 5 กระสอบ เช่น จากราคากระสอบละ 500 บาท จะลดเหลือ 300 บาท อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมชาวนายังมีข้อเสนอขอขยายสิทธิ์เพิ่มเป็น 10 กระสอบต่อครัวเรือน ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณา
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมฯ ได้จัดโครงการ "ปุ๋ยธงเขียวพลัส" สนับสนุนส่วนลดปุ๋ยเคมีกระสอบละ 200 บาท จำนวน 5 กระสอบ รวม 1,000 บาท และเกษตรกรที่มี "บัตรดินดี" ของกรมพัฒนาที่ดิน จะได้รับสิทธิ์เพิ่มเติมอีก 200 บาท รวมถึงคูปองอีก 200 บาท สำหรับซื้อปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้เกษตรกรได้รับการช่วยเหลือรวมสูงสุด 1,400 บาทต่อราย
ความกังวลเรื่องราคาน้ำมันและท่าทีของเกษตรกร
ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือเรื่องราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวข้าวนาปรัง ทางสมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือถึงกระทรวงพลังงานและนายกรัฐมนตรี โดยขอให้กระทรวงพาณิชย์เป็นตัวแทนในการประสานงานและเร่งหามาตรการช่วยเหลือ
นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ เน้นย้ำว่า หากภาครัฐไม่มีมาตรการที่ชัดเจนหรือไม่ให้ความสำคัญ เกษตรกรในหลายจังหวัดอาจจำเป็นต้องยกระดับการเคลื่อนไหวหรือมีการรวมตัวประท้วง เนื่องจากเป็นความอัดอั้นตันใจจากภาระหนี้สินและต้นทุนที่แบกรับไม่ไหว
ด้านนายวิทยากร มณีเนตร กล่าวย้ำว่า แม้สถานการณ์ตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและต้นทุนการผลิตหลายด้าน แต่กรมการค้าภายในได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และใช้ทุกมาตรการที่มีเพื่อบรรเทาผลกระทบให้เกษตรกรไทย โดยเฉพาะพี่น้องชาวนา พร้อมยืนยันว่ากระทรวงพาณิชย์ไม่นิ่งนอนใจ และจะเดินหน้าดูแลเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรและรายได้เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง
การประชุมและมาตรการเพิ่มเติมจากกระทรวงพาณิชย์
นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในเร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรไทยอย่างเต็มที่ หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและต้นทุนการผลิตทั่วโลก
กรมการค้าภายในยังได้จัด "ตลาดนัดข้าวเปลือก" ในแหล่งผลิตข้าวนาปรังเพิ่มเติม โดยนำให้ผู้ประกอบการจากนอกพื้นที่เข้ารับซื้อถึงแหล่งผลิตของเกษตรกรโดยตรง เพื่อลดภาระค่าขนส่ง เพิ่มช่องทางการจำหน่าย และแก้ไขปัญหาบางพื้นที่ที่ขาดผู้รับซื้ออย่างมีประสิทธิภาพ โดยราคารับซื้อในตลาดนัดข้าวเปลือกจะสูงกว่าตลาดทั่วไปเฉลี่ย 200–400 บาทต่อตัน ดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคมต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2569
ขณะนี้มีจังหวัดที่ยืนยันการจัดงานแล้วรวม 8 ครั้ง ได้แก่ ปลายเดือนมีนาคม จำนวน 2 ครั้ง ในจังหวัดสิงห์บุรี และอ่างทอง ต้นเดือนเมษายน จำนวน 3 ครั้ง ในจังหวัดพิจิตร พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง และปลายเดือนเมษายน จำนวน 3 ครั้ง ในจังหวัดพิษณุโลก น่าน และพระนครศรีอยุธยา
กรมฯ ได้กำชับสำนักงานชั่งตวงวัดในพื้นที่ โดยเฉพาะจุดรับซื้อข้าว ให้ลงพื้นที่กำกับดูแลการซื้อขายอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความถูกต้องของการชั่งน้ำหนัก การวัดความชื้น การหักสิ่งเจือปน รวมถึงการแสดงราคารับซื้อ เพื่อให้การซื้อขายข้าวเปลือกเป็นธรรม เที่ยงตรง และโปร่งใส สร้างความมั่นใจให้เกษตรกร
ในส่วนประเด็นข้อเรียกร้องในด้านการจัดสรรน้ำมันดีเซลในพื้นที่เก็บเกี่ยวข้าวนาปรังให้เพียงพอ กรมการค้าภายในจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกระทรวงพลังงาน เพื่อเร่งดูแลและผลักดันแนวทางช่วยเหลือด้านพลังงานเพื่อลดภาระต้นทุนเครื่องจักรกลทางการเกษตรของชาวนาในช่วงสถานการณ์วิกฤต



