อดีตปลัด มท. เยี่ยมศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา สกลนคร หนุนลดรายจ่ายเพิ่มรายได้
อดีตปลัด มท. เยี่ยมศูนย์เรียนรู้โคก หนอง นา สกลนคร หนุนลดรายจ่าย

เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตนได้ลงพื้นที่จังหวัดสกลนคร เพื่อติดตาม สนับสนุน เยี่ยมชมและให้กำลังใจเครือข่ายการขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และแบ่งปันสู่ความยั่งยืน ณ พื้นที่อำเภอเจริญศิลป์

ในการนี้ มีนายองอาจ ซองทุมมินทร์ พัฒนาการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนคร นางสาวกาญจนี ละศรีจันทร์ เจ้าของศูนย์เรียนรู้ฯ นายบัญชา ราษีมิน ที่ปรึกษาเครือข่ายโคก หนอง นา พัฒนาชุมชนจังหวัดสกลนคร ตลอดจนเครือข่ายโคก หนอง นา และประชาชนในพื้นที่ ร่วมกิจกรรม

เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้และแปลงต้นแบบ

คณะได้เยี่ยมชมการขับเคลื่อนการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ฯ และโคก หนอง นา แปลงต้นแบบ พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้กำลังใจเจ้าของแปลง ซึ่งน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำรงชีวิตและพัฒนาอาชีพ เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ประกอบด้วย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ศูนย์เรียนรู้ฯ แปลงนายเคนจันทร์ คำพรมมา บ้านนาสีนวลใต้ หมู่ 11 ตำบลหนองแปน อำเภอเจริญศิลป์
  • ศูนย์เรียนรู้ฯ แปลงนายบุญเพ็ง คะโสพิมพ์ บ้านดงบังใหม่ หมู่ 15 ตำบลบ้านเหล่า อำเภอเจริญศิลป์ (แปลงขยายผลการเลี้ยงเป็ดบาบารี่)
  • ศูนย์เรียนรู้ฯ แปลงนายโกวิทย์ บัวศรี บ้านคำเม็กน้อย หมู่ 9 ตำบลบ้านเหล่า อำเภอเจริญศิลป์ (แปลงต้นแบบการเลี้ยงเป็ดบาบารี่)
  • ศูนย์เรียนรู้ฯ แปลงนายแสนคม ชนะมิน บุตรนายอุดม ชนะมิน บ้านโสก หมู่ 8 ตำบลทุ่งแก อำเภอเจริญศิลป์ (แปลงต้นแบบการเลี้ยงเป็ดบาบารี่)
  • โรงเรียนเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์เรียนรู้ฯ บ้านเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ ของนางสาวกาญจนี

นายสุทธิพงษ์กล่าวว่า โอกาสนี้ได้ร่วมปลูกต้นไม้ภายในแปลงต้นแบบ เพื่อส่งเสริมการสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน ลดค่าใช้จ่าย และสร้างความสามัคคีในชุมชน อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน พร้อมเน้นย้ำแนวทางสืบสาน รักษา ต่อยอด ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และรัชกาลที่ 10 โดยให้ความสำคัญกับการต่อยอดด้านการตลาดควบคู่กับการพัฒนาสิ่งที่ดำเนินการอยู่แล้วให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างยั่งยืน

หลักป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง

นอกจากนี้ ยังได้น้อมนำหลักป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง มาเป็นแนวทางในการปลูกป่าอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ และไม้เศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านการอยู่อาศัย การบริโภค การใช้สอย และสร้างความร่มเย็น ควบคู่กับการอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมถึงส่งเสริมแนวคิดไม้ 5 ระดับ หรือการปลูกป่าแบบพึ่งพาอาศัยกันตามธรรมชาติ ซึ่งช่วยสร้างความสมดุลของระบบนิเวศ เพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ และเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าของแปลงโคก หนอง นาทุกแปลงที่ลุกขึ้นมาลงมือพัฒนาพื้นที่ด้วยตนเองบนพื้นฐานหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมย้ำว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้เมื่อประชาชนเป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนแปลง ขณะที่ภาครัฐต้องลงพื้นที่จริง รับฟังปัญหาจริง และร่วมแก้ไขปัญหาร่วมกับประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไป

เยี่ยมหมู่บ้านต้นแบบบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายสุทธิพงษ์พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมหมู่บ้านต้นแบบบ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง เพื่อติดตาม สนับสนุน และเยี่ยมชมการขับเคลื่อนการน้อมนำแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สู่การปฏิบัติ ณ บ้านเจริญศิลป์ หมู่ 1 ตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และเสริมสร้างการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืนในระดับครัวเรือนและชุมชน

พร้อมกันนี้ ได้มอบเมล็ดพันธุ์ผักและยางรถยนต์ เพื่อนำไปต่อยอดในการจัดทำแปลงปลูกผักสวนครัว สร้างพื้นที่เรียนรู้ และเพิ่มผลผลิตทางอาหารในครัวเรือน อันจะนำไปสู่การลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน

ติดตามผลงานศูนย์ฝั่งแดง

จากนั้น คณะได้ลงพื้นที่ศูนย์ฝั่งแดง ตำบลไฮหย่อง อำเภอพังโคน เพื่อติดตามผลการดำเนินงานด้านพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ โดยได้เยี่ยมชมการปรับปรุงพื้นที่เพื่อสร้างแหล่งอาหารของชุมชน ตลอดจนการบริหารจัดการพื้นที่ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งประชาชนในพื้นที่ได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการสร้างความมั่นคงทางอาหารและการพึ่งพาตนเอง

ในโอกาสนี้ ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการต่อยอดผลผลิต การสร้างมูลค่าเพิ่ม และการบริหารจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมมอบต้นไม้แก่ประชาชนและเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมการปลูกไม้ใช้สอย ไม้เศรษฐกิจ และไม้กินได้ ตามแนวทางป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง อันจะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ สร้างความร่มเย็น และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับชุมชนในระยะยาว