กรมชลประทานร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้บริหารจัดการน้ำรับมือวิกฤตภัยพิบัติ
กรมชลประทานร่วมขับเคลื่อนองค์ความรู้รับมือวิกฤตน้ำ-ภัยพิบัติ

เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 กรมชลประทาน ร่วมกับสมาคมนักอุทกวิทยาไทย สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และสมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทาน ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดการประชุมเสวนาทางวิชาการ เรื่อง แนวทางการรับมือวิกฤตน้ำและภัยพิบัติ : น้ำท่วม น้ำแล้ง น้ำเพื่อพลังงาน น้ำเพื่อระบบนิเวศ ปี 2569 – 2570 ณ ห้องประชุมมหานทีการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

วัตถุประสงค์ของการเสวนา

การเสวนาครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการบูรณาการองค์ความรู้ แนวคิด และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพยากรน้ำและภัยพิบัติ เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์น้ำในทุกมิติ ทั้งด้านน้ำท่วม น้ำแล้ง การบริหารจัดการน้ำเพื่อการผลิตพลังงาน และการรักษาสมดุลระบบนิเวศ ตลอดจนเสริมสร้างแนวทางการบริหารจัดการน้ำในระดับนโยบาย ระดับลุ่มน้ำ และระดับหน่วยงานปฏิบัติ ให้สามารถรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ผู้เข้าร่วมและวิทยากร

ได้รับเกียรติจาก นายสัญชัย เกตุวรชัย นายกสมาคมนักอุทกวิทยาไทย เป็นประธานการประชุมเสวนาทางวิชาการ พร้อมด้วย ดร.ธเนศร์ สมบูรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการน้ำและอุทกวิทยา ในฐานะผู้แทนกรมชลประทาน ตลอดจนผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายหน่วยงานร่วมเป็นวิทยากร เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมกำหนดแนวทางบริหารจัดการน้ำของประเทศให้สอดรับกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความผันผวนของโลกในอนาคต

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รูปแบบการเสวนา

การเสวนาแบ่งออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ ประกอบด้วย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ช่วงแรก: แนวโน้มวิกฤตน้ำ มุ่งเน้นการคาดการณ์สถานการณ์น้ำและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
  • ช่วงที่สอง: การรับมือวิกฤตและภัยพิบัติ ในมิติการบริหารจัดการของหน่วยงานภาครัฐและการจัดการน้ำระดับลุ่มน้ำ
  • ช่วงสุดท้าย: การรับมือวิกฤตและภัยพิบัติเชิงนโยบาย สะท้อนมุมมองด้านนโยบายประเทศ เศรษฐศาสตร์ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

การเสวนาในครั้งนี้จะช่วยยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศให้มีประสิทธิภาพ สามารถลดผลกระทบจากวิกฤตน้ำและภัยพิบัติ และสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป