รมว.เกษตรฯ ประกาศแผนขับเคลื่อนภาคเกษตร รับมือวิกฤตพลังงานโลก
วันนี้ (8 เมษายน 2569) นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เรียกประชุมหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนแผนงานทั้งในส่วนของมาตรการแก้ปัญหาภาคเกษตรและการรับมือผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโลก โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและรักษาเสถียรภาพของระบบอาหาร
5 นโยบายหลักยกระดับภาคเกษตรอย่างยั่งยืน
นายสุริยะ ระบุว่า นโยบายหลักที่จะขับเคลื่อนมี 5 ด้าน ได้แก่ การยกระดับภาคการผลิตด้วยเทคโนโลยี โดยผลักดันการใช้บิ๊กดาต้าและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต การเพิ่มรายได้เกษตรกรผ่านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ พร้อมควบคุมมาตรฐานให้ได้คุณภาพ การสร้างทักษะการทำเกษตรสมัยใหม่ ให้เกษตรกรปรับตัวกับแนวทางที่ทันสมัย การปรับโครงสร้างสินค้าเกษตรให้สอดคล้องกับตลาด เพื่อทำให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น และ การปราบปรามสินค้าเกษตรเถื่อนที่ผิดกฎหมาย รวมถึงพัฒนาระบบเตือนภัยเพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติในอนาคต
6 มาตรการเร่งด่วนแก้ปัญหาปุ๋ยขาดแคลนและราคาพุ่ง
สำหรับนโยบายเร่งด่วน จะเดินหน้าขับเคลื่อน 6 มาตรการ อาทิ การปรับปรุงการใช้ปุ๋ยชีวภาพในสัดส่วน 70:30 และเร่งเจรจานำเข้าปุ๋ยจากรัสเซีย เพื่อลดปัญหาการขาดแคลน โดยในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ จะเดินทางไปเจรจากับประเทศรัสเซียโดยตรง เพื่อนำเข้าปุ๋ยในปริมาณที่เพียงพอ นอกจากนี้ จะเร่งแก้ปัญหาการกักตุนปุ๋ย หลังจากตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่ามีเครือข่ายกักตุนปุ๋ยในประเทศ เบื้องต้นจะพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดดำเนินการเอาผิดทางคดี
นายสุริยะ เชื่อว่า แนวทางทั้งสองด้าน ทั้งการเจรจานำเข้าและปราบปรามผู้กักตุน จะช่วยทำให้สถานการณ์ขาดแคลนปุ๋ยและราคาเข้าสู่สภาวะปกติได้ในเร็ววัน
มาตรการพักหนี้เกษตรกรและรับฟังข้อเรียกร้อง
รมว.เกษตรฯ ยังกล่าวถึงมาตรการแก้หนี้เกษตรกร ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงที่พรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงไว้ โดยจะพักหนี้ให้กับเกษตรกรเป็นเวลา 3 ปี เบื้องต้นจะหารือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อกำหนดแนวทางร่วมกันที่ชัดเจน
ขณะเดียวกัน กลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน และกลุ่มสมาพันธ์เกษตรกรภาคอีสาน ได้เข้าพบนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อยื่นข้อเรียกร้องและสะท้อนปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น รวมถึงปัญหาหนี้สินเกษตรกร โดยขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งใจแก้ปัญหาเหล่านี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง
การประชุมในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภาคเกษตรแบบบูรณาการ โดยผสมผสานระหว่างนโยบายระยะยาวและมาตรการเร่งด่วน เพื่อรับมือกับความท้าทายทั้งในประเทศและจากวิกฤตพลังงานโลก



