'สุริยะ' สั่งลุย 'ทุเรียนคาร์บอนต่ำ' ย้ำกฎเหล็ก '4 ไม่' เข้มงวดส่งออกจีนแสนล้าน
'สุริยะ' สั่งลุยทุเรียนคาร์บอนต่ำ ย้ำกฎ '4 ไม่' เข้มงวดส่งออกจีน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามการผลิตทุเรียนคุณภาพตามมาตรฐานและการส่งออกทุเรียนไทย โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี อธิบดีกรมวิชาการเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมให้การต้อนรับ

จันทบุรี แหล่งผลิตทุเรียนส่งออกสำคัญ

จังหวัดจันทบุรีเป็นแหล่งผลิตทุเรียนส่งออกที่สำคัญของประเทศ โดยข้อมูลการส่งออกทุเรียนทั้งประเทศไปยังจีน ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 13 พฤษภาคม 2569 มีจำนวน 27,958 ชิปเมนต์ ปริมาณกว่า 448,679 ตัน มูลค่ากว่า 51,377 ล้านบาท โดยเป็นทุเรียนจากภาคตะวันออก 22,720 ชิปเมนต์ ปริมาณกว่า 364,437 ตัน มูลค่ากว่า 41,820 ล้านบาท

นโยบายเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืช

นายสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขับเคลื่อนนโยบาย "การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตพืช ด้วยการจัดการธาตุอาหารพืชแบบบูรณาการ เพื่อลดการใช้ปุ๋ยเคมีและเคมีเกษตร" เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตร และส่งเสริมการผลิตพืชปลอดภัย พืชอินทรีย์ และพืชคาร์บอนต่ำ รวมถึงสนับสนุนมาตรการใช้ปุ๋ย 70 : 30 เพื่อความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกษตรกร ฝ่าวิกฤติปุ๋ยแพง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

โครงการขยายผลแปลงต้นแบบ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ริเริ่มโครงการขยายผลแปลงต้นแบบด้านการผลิตและใช้ประโยชน์จากปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ของชุมชน เพื่อลดการพึ่งพาเคมีเกษตร และ "สร้างระบบการผลิตทุเรียนปลอดภัย มูลค่าสูง อย่างยั่งยืน"

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สนับสนุนเกษตรกรผู้ประสบภัย

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมพัฒนาที่ดิน ยังสนับสนุนต้นพันธุ์ทุเรียน ปุ๋ยชีวภาพ ชีวภัณฑ์ และปุ๋ยอินทรีย์ ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากวาตภัย ฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรง พร้อมมอบใบรับรองแหล่งผลิต GAP พืชแก่ผู้แทนเกษตรกรที่เข้าร่วมกิจกรรม และเยี่ยมชมนิทรรศการการจัดการสวนทุเรียนสมัยใหม่

เกษตรกรต้นแบบ การผลิตทุเรียนคุณภาพ

นายมณี ภาระเปลื้อง เจ้าของสวนผลไม้พรรณมณี ได้รับคัดเลือกเป็นเกษตรกรต้นแบบการผลิตทุเรียนคุณภาพตามมาตรฐาน GAP ประเภทการจัดการสวน GAP ดีเด่น ประจำปี 2566 ภาคตะวันออก เป็นแปลงต้นแบบภายใต้กิจกรรมชุมชนนวัตกรรมวิชาการเกษตร ระหว่างปีงบประมาณ 2567–2569 โดยผลการดำเนินงานพบว่า การใช้ประโยชน์จากปุ๋ยชีวภาพ ชีวภัณฑ์ และการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ สามารถลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและเคมีเกษตร ช่วยฟื้นฟูดินและต้นทุเรียน ลดความรุนแรงของโรคพืช เพิ่มผลผลิต ลดค่าใช้จ่าย และเพิ่มรายได้สุทธิให้เกษตรกรได้

กฎเหล็ก 4 ไม่ ปกป้องตลาดส่งออก

นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า "กรมวิชาการเกษตรพร้อมนำนโยบายเชิงรุกของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่อย่างเข้มข้นเด็ดขาด เพื่อยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยและปกป้องตลาดส่งออกแสนล้าน ย้ำกฎเหล็ก '4 ไม่' โดยไม่มีข้อยกเว้น"

"กรมวิชาการเกษตรได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดด่านตรวจพืชและชุดเฉพาะกิจสารวัตรเกษตร บังคับใช้มาตรการ '4 ไม่' (ไม่อ่อน ไม่หนอน ไม่สวมสิทธิ์ ไม่มีสี/ไม่มีสาร) อย่างเคร่งครัดสูงสุด หากสุ่มตรวจพบทุเรียนด้อยคุณภาพ ทุเรียนอ่อน หรือล้งใดมีพฤติกรรมใช้สารเร่งสีเปลือกอย่าง Basic Yellow 2 รวมถึงตรวจสอบพบปัญหาแคดเมียมและหนอนเจาะผล จะดำเนินการระงับใบอนุญาตส่งออกทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อรักษาความเชื่อมั่นต่อศุลกากรจีน (GACC)"

ลดต้นทุน ปรับเปลี่ยนสู่ชีวภัณฑ์-ปุ๋ยชีวภาพ

สำหรับการขับเคลื่อนลดต้นทุน ปรับเปลี่ยนสู่ชีวภัณฑ์และปุ๋ยชีวภาพตามนโยบายช่วยลดภาระและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ระบุว่า "ตามข้อสั่งการของท่านรัฐมนตรีสุริยะ ที่ต้องการให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตท่ามกลางภาวะราคาปุ๋ยเคมีผันผวน กรมฯ ได้เร่งส่งเสริมให้ชาวสวนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาเพิ่มสัดส่วนการใช้สารชีวภัณฑ์และปุ๋ยชีวภาพทดแทนการใช้เคมี ซึ่งนอกจากจะช่วยลดรายจ่ายค่าปุ๋ยค่ายาได้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ยังเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาข้อ 'ไม่มีสารตกค้าง' ในมาตรการ 4 ไม่ อีกด้วย"

"การลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรีในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นภาพความสำเร็จที่เกิดขึ้นจริงในภาคสนาม เกษตรกรชาวสวนทุเรียนมีการตื่นตัวและนำปุ๋ยชีวภาพ รวมถึงสารชีวภัณฑ์ของกรมวิชาการเกษตรไปประยุกต์ใช้ในสวนอย่างแพร่หลาย ผลลัพธ์ที่ได้คือ ต้นทุนการผลิตลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ผลผลิตทุเรียนกลับมีคุณภาพดีขึ้น เนื้อแน่น น้ำหนักแห้งได้เกณฑ์มาตรฐาน และปลอดภัยจากศัตรูพืช ซึ่งสิ่งเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า นโยบายของกระทรวงเกษตรฯ สามารถตอบโจทย์การทำเกษตรกรรมที่ยั่งยืน และช่วยให้พี่น้องเกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงขึ้นได้อย่างแท้จริง" นายรพีภัทร์ กล่าวสรุป