วิกฤตน้ำมันเขียวแตะลิตรละ 34 บาท ชาวประมงสมุทรสงคราม-สงขลากระทบหนัก เรืออาจจอดกว่า 4,000 ลำ
วันนี้ (17 มีนาคม 2569) ราคาน้ำมันเขียวสำหรับเรือประมงปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แตะที่ลิตรละ 34 บาท ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการออกเรือของชาวประมงอย่างหนัก โดยเฉพาะในจังหวัดสมุทรสงครามและสงขลา ซึ่งบางส่วนต้องหยุดออกเรือชั่วคราว ขณะที่ราคาอาหารทะเลเริ่มปรับเพิ่มขึ้นและปริมาณลดลงอย่างเห็นได้ชัด สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยเตือนว่า เรือประมงมากกว่า 4,000 ลำอาจต้องจอดเรือหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น และกำลังเร่งหารือกับรัฐบาลในวันที่ 18 มีนาคมนี้
ต้นทุนน้ำมันพุ่งสูง ชาวประมงสมุทรสงครามแบกรับไม่ไหว
สำหรับเรือประมงอวนลากคู่ในจังหวัดสมุทรสงคราม ที่ออกทะเลนานกว่า 12 วันต่อเที่ยว ใช้น้ำมันประมาณ 1,600 ลิตรต่อวัน หรือรวมราว 20,000 ลิตรต่อเที่ยว ก่อนหน้านี้ราคาน้ำมันเขียวอยู่ที่ลิตรละประมาณ 20 บาท ซึ่งยังพอรับภาระได้ แต่ราคาปัจจุบันที่ลิตรละ 34.40 บาท ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก นายชินชัย สถิรยากร นายกสมาคมเรือลากคู่สมุทรสงคราม เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสงครามมีเรือประมงลากคู่ประมาณ 300-400 คู่ โดยต้นทุนน้ำมันคิดเป็นร้อยละ 75-80 ของค่าใช้จ่ายต่อเที่ยวเรือ ชาวประมงกังวลว่าหากแบกรับต้นทุนไม่ได้ อาจต้องจอดเรือ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปริมาณอาหารทะเลในตลาดอย่างรุนแรง
อาหารทะเลราคาปรับขึ้น ปริมาณลดลงในตลาดสด
จากผลกระทบดังกล่าว แม่ค้าตลาดสดแม่กลองในจังหวัดสมุทรสงครามระบุว่า ราคาอาหารทะเลปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 20-100 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากผลผลิตลดลงและต้นทุนน้ำมันสูงขึ้น สมาคมการประมงแห่งประเทศไทยชี้แจงเพิ่มเติมว่า หากโควตาน้ำมันภาคประมงลดลงเหลือเดือนละ 20-25 ล้านลิตร จากเดิม 40-50 ล้านลิตร อาจทำให้เรือประมงกว่า 4,000-5,000 ลำต้องจอดเรือ ส่งผลให้ปริมาณสัตว์น้ำในตลาดลดลง และราคาสินค้าประมงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สงขลาเรียกร้องรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ หารือพิพัฒน์ 18 มี.ค.
ในจังหวัดสงขลา นายชานนท์ อัตตนารถ รองนายกสมาคมประมงจังหวัดสงขลา เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหามาตรการช่วยเหลือชาวประมง โดยในวันที่ 18 มีนาคม 2569 ตัวแทนสมาคมประมงจังหวัดสงขลาจะเข้าหารือกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอแนวทางบรรเทาผลกระทบ ขณะที่ตลาดในอำเภอหาดใหญ่ พบว่าปริมาณอาหารทะเลลดลง แต่หลายร้านยังไม่ปรับราคาขึ้น เนื่องจากกังวลว่าจะกระทบลูกค้า อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังสูงต่อเนื่อง อาจจำเป็นต้องปรับราคาอาหารทะเลตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
วิกฤตน้ำมันเขียวในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อชาวประมงโดยตรง แต่ยังกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารทะเลทั่วประเทศ การหารือกับรัฐบาลในวันที่ 18 มีนาคมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อหามาตรการรองรับและป้องกันไม่ให้อุตสาหกรรมประมงไทยต้องเผชิญกับความเสียหายในระยะยาว



