อุตสาหกรรมกุ้งไทยฟื้นตัวแข็งแกร่ง สู้ภาษีทรัมป์รอบใหม่ 15% ไม่สะท้านส่งออก
ท่ามกลางความผันผวนของนโยบายการค้าโลก อุตสาหกรรมกุ้งไทยแสดงสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน แม้เผชิญมาตรการภาษีจากสหรัฐอเมริกา นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า ปีนี้ไทยผลักดันส่งออกมากกว่า 250,000 ตัน หากเพิ่มผลผลิตได้เกิน 400,000 ตัน
ภาษีสหรัฐฯ 15% ไม่กระทบส่งออก ไทยได้อัตราต่ำสุดแข่งขันได้
ปัจจัยบวกต้นปีมาจากอัตราภาษีสหรัฐฯ รอบใหม่ที่ 15% เท่ากันหมด รวมกับภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) ล่าสุดไทยเหลือเพียง 2.01% ทำให้สินค้ากุ้งไทยมีภาษีส่งออกรวม 17.01% ซึ่งถือเป็นอัตราต่ำสุดเมื่อเทียบประเทศอื่น เช่น อินโดนีเซีย 18.78% เอกวาดอร์ 15%-28.75% เวียดนาม 22.42% และอินเดีย 24.58% แม้กรอบเวลาเพียง 150 วัน แต่ไทยยังแข่งขันได้ดี
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยังจับตานโยบายส่วนตัวประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่อาจเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
เกษตรกรมั่นใจเพิ่มการผลิต 50% สภาพอากาศร้อนส่งผลดี
การสร้างความมั่นใจให้เกษตรกรเรื่องตลาดส่งออกและภายในประเทศ ทำให้เกษตรกรมั่นใจลงลูกกุ้งช่วงไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นกว่า 50% เทียบปีก่อน นายเอกพจน์ชี้ว่า สภาพอากาศร้อนแล้งจากซุปเปอร์เอลนีโญปีนี้กลับส่งผลดีต่อการเลี้ยงกุ้ง ช่วยลดความเสี่ยงขาดแคลนสินค้า (Short Supply) มากกว่าอากาศหนาวหรือฝนตก
ลดพึ่งตลาดสหรัฐฯ เหลือ 20% ขยายตลาดอื่นสร้างความมั่นคง
ไทยลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ จากเดิม 60% เหลือเพียง 20% ทำให้ผลกระทบจากภาษี 15% มีวงจำกัด ไทยมีตลาดอื่นรองรับ เช่น ญี่ปุ่น 20% จีน 20% ตลาดอาเซียนและบริโภคภายใน 20-25% กลยุทธ์นี้เปรียบเหมือนมีแม่น้ำหลายสาย สร้างความมั่นคงรายได้เกษตรกรระยะยาว
ผลักดันเป็นวาระแห่งชาติ แก้โรคกุ้ง-เพิ่มผลิตตามความต้องการ
สมาคมกุ้งไทยเตรียมยื่นหนังสือรัฐบาล ผลักดันให้ดูแลสินค้ากุ้งเป็นวาระแห่งชาติ แก้ปัญหาโรคกุ้งและเพิ่มผลิตตามความต้องการตลาด นายเอกพจน์ระบุ ตลาดไม่มีปัญหา แต่เอกชนไม่กล้ารับออร์เดอร์เพราะกังวลผลิตไม่ทัน รัฐบาลต้องสนับสนุนงบประมาณมาตรการ 11 ข้อเพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน
เร่งเจรจาเอฟทีเอฟื้นตลาดยุโรป-ขยายส่งออกแคนาดา-เกาหลีใต้
สมาคมขอให้ภาครัฐเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศค้างอยู่ เช่น สหภาพยุโรป (EU) ซึ่งไทยเคยส่งออกกุ้งไปยุโรปสูง 60,000 ตันต่อปี ก่อนถูกตัดสิทธิพิเศษภาษี (GSP) เหลือเพียง 200 ตัน หากทำเอฟทีเอกับอียูสำเร็จ ช่วยฟื้นตลาดกลับมา 30,000-40,000 ตัน ก็เป็นประโยชน์มหาศาล รวมถึงเอฟทีเอกับแคนาดาและเกาหลีใต้ที่มีศักยภาพสูง
นายเอกพจน์เน้นจุดแข็งกุ้งไทยเรื่องปลอดสารแอนติไบโอติก เกษตรกรลงทุนตรวจ 100% สร้างความมั่นใจลูกค้ามากกว่ากุ้งบางประเทศที่เพิ่งเริ่มตรวจสอบ เช่น เวียดนามและอินเดีย สมาคมเตรียมยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง คาดหวังมาตรการระยะยาวแก้โรคกุ้งและพัฒนาการเลี้ยงยั่งยืน เพื่อปริมาณผลิตสม่ำเสมอ ราคาเสถียร และผู้ส่งออกกล้ารับคำสั่งซื้อ



