ททท. เปิดตัว 'Weekday Madness' กระตุ้นเที่ยววันธรรมดา เน้น Gen Z และประสบการณ์จัดเต็ม
ททท. เปิดตัว 'Weekday Madness' กระตุ้นเที่ยววันธรรมดาเน้น Gen Z

ททท. เปิดตัวโครงการ "Weekday Madness" สร้างวัฒนธรรมเที่ยววันธรรมดา เน้นกลุ่ม Gen Z

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดตัวโครงการ "Weekday Madness" อย่างเป็นทางการ เพื่อส่งเสริมและสร้างวัฒนธรรมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา โดยมุ่งเป้าหมายหลักไปที่กลุ่มเจเนอเรชั่นซี (Generation Z) ภายใต้แนวคิดหลักที่ว่า "เที่ยววันธรรมดา มันส์กว่า" ซึ่งชูจุดขายสำคัญคือความคุ้มค่า การหลีกเลี่ยงความแออัดของนักท่องเที่ยว และการได้รับประสบการณ์ที่จัดเต็มอย่างแท้จริง

เป้าหมายเพื่อกระจายการท่องเที่ยวและสร้างความยั่งยืน

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศของททท. เปิดเผยว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการกระจายช่วงเวลาการท่องเที่ยวที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ได้ฟื้นฟูทรัพยากรและกระจายรายได้สู่ชุมชนในพื้นที่อย่างทั่วถึงมากขึ้น

"การท่องเที่ยวในวันธรรมดาเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ประสบการณ์ใหม่ๆ และความยืดหยุ่นด้านเวลา" นายอภิชัยกล่าวเสริม พร้อมชี้ให้เห็นว่าแนวคิดนี้ช่วยเปลี่ยนมุมมองการเดินทางแบบเดิมที่ต้องรอวันหยุด มาเป็นการออกแบบจังหวะชีวิตด้วยตนเอง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กิจกรรมและแคมเปญที่หลากหลาย

โครงการ "Weekday Madness" ได้นำเทรนด์การท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในกลุ่ม Gen Z มาประยุกต์ใช้ เช่น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • คาเฟ่ฮอปปิ้ง
  • การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness)
  • การทำงานควบคู่กับการเดินทาง (Workation)
  • การค้นพบจุดหมายปลายทางที่ซ่อนเร้น (Hidden Destination)

เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล โดยททท. ได้คัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์ บล็อกเกอร์ และ KOL จำนวน 20 ราย เพื่อร่วมสร้างคอนเทนต์โปรโมตจุดถ่ายภาพเช็กอินในกว่า 20 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุมแหล่งท่องเที่ยวประเภทต่างๆ อาทิ

  1. คาเฟ่และแหล่งท่องเที่ยวเชิงชุมชนสร้างสรรค์
  2. วัดสถาปัตยกรรมโดดเด่น
  3. จุดชมวิวธรรมชาติและอุทยานแห่งชาติ
  4. ทะเลและกิจกรรมท่องเที่ยวชายฝั่ง
  5. เมืองเก่าและย่านวัฒนธรรม

จังหวัดที่เข้าร่วมกิจกรรมได้แก่ เชียงใหม่ น่าน เพชรบูรณ์ เชียงราย เลย นครราชสีมา อุบลราชธานี พระนครศรีอยุธยา กรุงเทพมหานคร ราชบุรี กาญจนบุรี จันทบุรี นครนายก ชลบุรี ระยอง กระบี่ พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และตรัง เป็นต้น

กิจกรรมออนไลน์และสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว

เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วม โครงการได้จัดกิจกรรมออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok Challenge โดยประกวดคลิปวิดีโอภายใต้หัวข้อ "เที่ยววันธรรมดา มันส์กว่า!" ในแนวคิด "GEN Z Style" เพื่อเชิญชวนให้แบ่งปันโมเมนต์และประสบการณ์การท่องเที่ยววันธรรมดา

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม "Z-Movie Check-in" ที่เชิญชวนให้ถ่ายภาพเช็กอินตามรอยภาพยนตร์และซีรีส์ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ พร้อมลุ้นรับรางวัลมากมาย และกิจกรรม "WEEKDAY DEALS" ที่มอบสิทธิพิเศษกว่า 2,500 สิทธิ์ ครอบคลุมบริการจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น ร้านอาหาร การเดินทาง และบริการท่องเที่ยวในวันธรรมดา

โดยสิทธิพิเศษเหล่านี้สามารถใช้ได้เฉพาะวันจันทร์ถึงศุกร์ ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม ถึง 31 พฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด โดยมีผู้ประกอบการพันธมิตรร่วมสนับสนุน เช่น

  • ไลน์แมนวงใน (LINE MAN Wongnai) สำหรับกิจกรรมกระตุ้นการใช้จ่ายด้านการเดินทางและมื้ออาหาร
  • แพลตฟอร์ม Gother สำหรับการจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก กิจกรรมท่องเที่ยว และบริการอื่นๆ

มุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพและยั่งยืน

นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ กล่าวทิ้งท้ายว่า โครงการ "Weekday Madness" ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญส่งเสริมการขายระยะสั้น แต่เป็นการสร้างพฤติกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้การเดินทางมีคุณภาพมากขึ้น "โครงการนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสมดุลให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม" โดยสอดคล้องกับนโยบายการท่องเที่ยวปี 2569 ที่เน้น "Value over Volume" หรือการท่องเที่ยวคุณภาพมากกว่าปริมาณ เพื่อกระจายรายได้อย่างทั่วถึงและยั่งยืนในระยะยาว

ททท. หวังว่าทุกคนจะค้นพบว่าการเที่ยววันธรรมดาสามารถให้ทั้งความคุ้มค่า ความสะดวกสบาย และประสบการณ์ที่จัดเต็มกว่าที่คิดไว้เดิม