ททท.ตั้ง War Room สู้ศึกสงครามตะวันออกกลาง ปรับกลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยวระยะใกล้
ททท.ตั้ง War Room สู้สงครามตะวันออกกลาง ปรับกลยุทธ์ตลาด (14.03.2026)

ททท.ตั้ง War Room สู้ศึกสงครามตะวันออกกลาง ปรับกลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยวระยะใกล้

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ประกาศแผนการรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเตรียมจัดตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ หรือ War Room เพื่อติดตามและบริหารจัดการวิกฤตอย่างใกล้ชิด นำโดยนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการททท. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.)

ระบบสารสนเทศอัจฉริยะและแผนรองรับฉุกเฉิน

ททท. จะจัดทำระบบสารสนเทศอัจฉริยะเพื่อการท่องเที่ยว หรือ Tourism Intelligence Dashboard เพื่อติดตามข้อมูลสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประกอบด้วย:

  • เที่ยวบินและราคาน้ำมัน
  • ต้นทุนต่างๆ และโหลดแฟกเตอร์ (Load Factor)
  • การบริหารจัดการที่นั่งของสายการบิน
  • ความรู้สึกของตลาด (Sentiment)

นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมแผนเศรษฐกิจรองรับในกรณีฉุกเฉิน (Worst-case scenario) เช่น การเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วยซอฟต์โลน (Soft loan) เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปรับกลยุทธ์ตลาดระยะใกล้และความร่วมมือระหว่างประเทศ

เพื่อชดเชยตลาดที่หายไปจากวิกฤตตะวันออกกลาง ททท. จะเร่งปรับพอร์ตการตลาดโดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short-haul) และกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) รวมถึงประเทศต่างๆ เช่น:

  1. จีนและเอเชียใต้
  2. อินเดีย มาเลเซีย และสิงคโปร์
  3. เกาหลี ญี่ปุ่น และไต้หวัน

โดยใช้กลยุทธ์การตลาดแบบสองทาง หรือ Win-Win Strategy ในการร่วมมือกับประเทศคู่ค้า เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปมาระหว่างกันอย่างมีประสิทธิภาพ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แคมเปญกระตุ้นตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ททท. จะนำงบประมาณกลางที่เหลืออยู่มาใช้ทำแคมเปญสนับสนุนสายการบินและโปรโมตเมืองหลักเมืองรอง พร้อมทั้งเตรียมนำแคมเปญ "ซื้อ 1 แถม 1" ซึ่งเสนอซื้อตั๋วเที่ยวบินต่างประเทศแล้วแถมตั๋วเที่ยวบินในประเทศ เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอีกครั้ง

สำหรับตลาดในประเทศ ททท. เตรียมหารือร่วมกับภาคเอกชนเพื่อผลักดันโครงการ "เที่ยวไทยคนละครึ่ง Plus" โดยมุ่งหวังให้มีสิทธิประโยชน์ส่วน "Plus" ที่สามารถช่วยเหลือและสร้างอานิสงส์ให้กับภาคธุรกิจบริการและการท่องเที่ยวโดยตรงในช่วงเวลานี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการเดินทางภายในประเทศให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง