Trip.com เผยเทรนด์ท่องเที่ยว 2026 คนไทยเที่ยวต่างประเทศพุ่ง 80% ลาวโดดเด่นจากรถไฟจีน
Trip.com เผยเทรนด์ท่องเที่ยว 2026 คนไทยเที่ยวต่างประเทศพุ่ง 80%

Trip.com เปิดเทรนด์ท่องเที่ยว 2026 คนไทยเที่ยวต่างประเทศพุ่ง 80% ลาวโดดเด่นจากรถไฟจีน

Trip.com Group ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวระดับโลก จัดงาน “2026 Trip.Best Thailand Unpacked: Travel Trends and New Travel Solutions” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเปิดเผยผลการจัดอันดับ Trip.Best ประจำปี 2026 พร้อมนำเสนอเทรนด์การท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวในประเทศไทยยังคงเป็นผู้นำในหลายหมวดหมู่ รวมถึงโซลูชันใหม่ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อตลาดไทยโดยเฉพาะ

ข้อมูลจากผู้ใช้งาน 217 ล้านคนทั่วโลก

ข้อมูลทั้งหมดที่นำเสนอในงานมาจากพฤติกรรมจริงของผู้ใช้งานฟีเจอร์ Trip.Best กว่า 217 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งช่วยสะท้อนภาพรวมของเทรนด์การท่องเที่ยวในปัจจุบันได้อย่างครอบคลุม การจัดอันดับ Trip.Best ประจำปี 2026 ครอบคลุมการจัดอันดับระดับโลก ทั้ง Global 100, Asia 100, Europe 100, Americas 100 และ China 100 รวมกว่า 30 ธีมการท่องเที่ยว พร้อมรายชื่อโรงแรมที่ได้รับรางวัล 1,515 แห่ง สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 852 แห่ง สถานที่เที่ยวยามค่ำคืน 403 แห่ง ร้านอาหาร 422 ร้าน และจุดหมายปลายทางยอดเยี่ยมอีก 288 แห่งทั่วโลก

โดยการจัดอันดับทั้งหมดขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจากผู้ใช้งานใน 190 ประเทศ บนพื้นฐานของความครอบคลุม ความน่าเชื่อถือ และความทันสมัย เพื่อช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างมั่นใจ ตั้งแต่ขั้นตอนการหาไอเดียไปจนถึงการตัดสินใจจองจริง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ไทยครองแชมป์หลายหมวดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผลการจัดอันดับ Trip.Best ระดับโลกประจำปี 2026 แสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยขึ้นแท่นผู้นำแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในแทบทุกหมวดหมู่อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการติดโผ Global 100 Must-Visit Destination ที่ไทยครองสัดส่วนถึง 33% ของจุดหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ Global 50 Family-Friendly Destination ที่ไทยมีสัดส่วนสูงถึง 57% และในหมวดเกาะและชายหาดที่ไทยครองถึง 50% ของจุดหมายทั้งหมดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นอกจากนี้ ไทยยังมีสัดส่วนโดดเด่นในหลายหมวดหมู่ ได้แก่ หมวดที่พักที่ไทยครองสัดส่วน 37% ของจุดหมายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หมวดไนต์ไลฟ์ครองสัดส่วน 40% ของตัวเลือกสถานที่เที่ยวยามค่ำคืน หมวดกิจกรรมแนะนำ (Things to Do) ครองสัดส่วน 41% ซึ่งถือเป็นสัดส่วนสูงที่สุดในบรรดาทุกหมวดหมู่ และหมวดร้านอาหารที่ไทยครองสัดส่วน 36% ของจุดหมายปลายทางด้านอาหารที่ดีที่สุดในภูมิภาค

ตัวเลขการจองสะท้อนความแข็งแกร่งของการท่องเที่ยวไทย

ตัวเลขการจองยังสะท้อนความแข็งแกร่งของการท่องเที่ยวไทย โดยในปี 2025 การเลือกจองที่พักในประเทศไทยผ่านฟีเจอร์ Trip.Best เติบโตขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ยอด GMV รายวันจากการเลือกจองผ่านฟีเจอร์ Trip.Best พุ่งสูงขึ้นถึง 67% ซึ่งสะท้อนบทบาทสำคัญของฟีเจอร์ดังกล่าวในการช่วยตัดสินใจด้านการท่องเที่ยว

นางสาวไดแอน ชุย ผู้จัดการทั่วไป Trip.com Group ประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่องว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบมากที่สุดแห่งหนึ่ง ผลการจัดอันดับ Trip.Best ปี 2026 สะท้อนให้เห็นสิ่งนี้อย่างชัดเจน การเปิดตัวงาน “2026 Trip.Best Thailand Unpacked: Travel Trends and New Travel Solutions” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ยืนยันความมุ่งมั่นของบริษัทในการมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของนักท่องเที่ยวไทยและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศ

เทรนด์ใหม่: คนไทยเที่ยวต่างประเทศพุ่ง 80% ลาวโดดเด่นจากรถไฟจีน

ข้อมูลจาก Trip.Best ยังสะท้อนเทรนด์การท่องเที่ยวใหม่ โดยพบว่าการจองท่องเที่ยวต่างประเทศของนักท่องเที่ยวไทยในปี 2026 เพิ่มขึ้นกว่า 80% โดยจีนยังคงเป็นจุดหมายอันดับหนึ่ง คิดเป็นสัดส่วน 53.9% รองลงมาคือญี่ปุ่น 23.1% และเวียดนาม 7.8% ส่วนเมืองที่นักท่องเที่ยวไทยค้นหามากที่สุด ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู โตเกียว และดานัง

ในด้านที่พัก ความต้องการโรงแรมที่มีธีมเฉพาะทางเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอัตราเติบโตประจำปีถึง 75% นักท่องเที่ยวไทยให้ความสำคัญกับวิวธรรมชาติมากที่สุด คิดเป็น 29.1% ตามด้วยโรงแรมระดับ 4 ดาวที่คัดสรรพิเศษ 27.1% และที่พักระดับลักชัวรี 18.2%

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก Trip.com ยังพบว่า คนไทยจองทริปท่องเที่ยวไปยัง สปป.ลาว เพิ่มขึ้นถึง 5,262% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าลาวกำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวไทย ปัจจัยสำคัญมาจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่าง สปป.ลาว กับ จีน ซึ่งช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น

เปิดตัว 3 โครงการใหม่สำหรับตลาดไทย

ภายในงาน ยังมีการเปิดตัว 3 โครงการใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตลาดไทยโดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของนักท่องเที่ยวไทยและความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของตลาด ได้แก่

  • Trip.Best Reviewer Program: โปรแกรมนักรีวิว Trip.Best สำหรับสมาชิก Trip.com ระดับ Black Diamond, Diamond+ และ Diamond ซึ่งครอบคลุมการรีวิวทั้งที่พักและสถานที่ท่องเที่ยว โดยสมาชิก Black Diamond สามารถรับ Trip Coins สูงสุด 15% ส่วน Diamond+ และ Diamond รับคืนสูงสุด 2% ทุกออเดอร์ในช่วงเวลาที่กำหนด พร้อมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยว
  • Black Diamond Tasting Privilege: สิทธิพิเศษด้านอาหารสำหรับสมาชิกระดับ Black Diamond ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากพบว่ายอดผู้เข้าชมลิสต์การจัดอันดับร้านอาหารจากนักท่องเที่ยวไทยเติบโตถึง 47% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยโครงการดังกล่าวรวบรวมร้านอาหารระดับพรีเมียมจากจุดหมายทั่วโลก พร้อม Global Fine Dining Rankings ที่ครอบคลุม 71 เมืองสำคัญ เช่น เซี่ยงไฮ้ นิวยอร์ก และลอนดอน
  • Top Experiences Ranking – Thailand Edition: ซึ่งรวบรวมประสบการณ์ท่องเที่ยวในประเทศไทยที่น่าจดจำ ไม่ใช่เพียงการจัดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นการคัดสรรกิจกรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ของไทย เช่น เทศกาลสงกรานต์ คอร์สสอนทำอาหารไทย การสวมชุดไทยย้อนยุคในกรุงเทพฯ ไปจนถึง Jungle Flight ที่จังหวัดเชียงใหม่

แคมเปญพิเศษรับเทศกาลสงกรานต์

นอกจากนี้ ยังเปิดตัวแคมเปญพิเศษรับเทศกาลสงกรานต์ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยมอบส่วนลดโรงแรมสูงสุด 60% และสถานที่ท่องเที่ยวเริ่มต้น 50% พร้อมกิจกรรมถ่ายรูปเช็กอินแลนด์มาร์กสำคัญทั่วเมืองเพื่อสะสม Badge และรับ Trip Coins ทุกวันตลอดช่วงแคมเปญ ภายใต้แฮชแท็ก #TripBestSongkran เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวตลอดเทศกาลสงกรานต์