วิกฤตตะวันออกกลางกระทบเที่ยวบินแสวงบุญไทย ชาวมุสลิมเฝ้าระวังความปลอดภัยอุมเราะห์
วิกฤตตะวันออกกลางกระทบเที่ยวบินแสวงบุญไทย

วิกฤตตะวันออกกลางกระทบเที่ยวบินแสวงบุญไทย ชาวมุสลิมเฝ้าระวังความปลอดภัยอุมเราะห์

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางเริ่มส่งผลกระทบต่อการเดินทางของผู้แสวงบุญชาวไทย โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ต้องผ่านน่านฟ้าในพื้นที่เสี่ยง มีรายงานเที่ยวบินยกเลิกหลายเที่ยว สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของผู้เดินทางในช่วงเดือนรอมฎอน เดือนศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม

เที่ยวบินยกเลิกหลายเที่ยว ส่งผลกระทบผู้โดยสารนับพัน

ผลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางสะท้อนผ่านภาคการเดินทางทางอากาศของประเทศไทย โดยเฉพาะเที่ยวบินระหว่างท่าอากาศยานภูเก็ตกับประเทศในภูมิภาคดังกล่าว เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 02.00 น. มีเที่ยวบินแจ้งยกเลิกไม่สามารถทำการบินได้ โดยเที่ยวบินขาเข้าสนามบินภูเก็ตยกเลิกแล้ว 10 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารได้รับผลกระทบ 1,830 คน ขณะที่เที่ยวบินขาออกยกเลิก 11 เที่ยวบิน กระทบผู้โดยสาร 2,396 คน

นับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของสถานการณ์ความตึงเครียดตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พบว่ามีเที่ยวบินถูกยกเลิกรวมแล้ว 25 เที่ยวบิน ส่งผลให้มีผู้โดยสารได้รับผลกระทบรวม 3,659 คน นายมนต์ชัย ตะโหมด ผู้อำนวยการท่าอากาศยานภูเก็ต เปิดเผยว่าในช่วงต้นของวิกฤต ผู้โดยสารจำนวนมากยังไม่ได้รับแจ้งข่าวจากสายการบินล่วงหน้า ทำให้เดินทางมารอเช็คอินที่อาคารผู้โดยสาร ก่อนทราบภายหลังว่าเที่ยวบินถูกยกเลิกและจำเป็นต้องจัดหาที่พักเพิ่มเติม เบื้องต้นท่าอากาศยานภูเก็ตให้ความช่วยเหลือด้านการประสานงานรถรับ-ส่งไปยังที่พัก และยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ชาวไทยมุสลิมเฝ้าระวังความปลอดภัยการเดินทางแสวงบุญอุมเราะห์

ในขณะเดียวกัน ชาวไทยมุสลิมที่กำลังเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ในช่วงเดือนรอมฎอนก็เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเช่นกัน ยำอาด ลิงาลาห์ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสตูล เปิดเผยว่าทางคณะกรรมการฯ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ผู้แสวงบุญส่วนใหญ่มีกำหนดการเดินทางประมาณ 15-20 วัน

ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนมีความกังวลต่อญาติพี่น้องที่เดินทางไปแสวงบุญอุมเราะห์ โดยมีการรวมตัวกันละหมาดฮายัดตามมัสยิดต่างๆ เพื่อขอพรให้เกิดความสงบ แม้ยังไม่อาจคาดการณ์ได้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายหรือผ่อนคลายลงเมื่อใด ทุกฝ่ายยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ทำความเข้าใจพิธีอุมเราะห์และฮัจย์ ความแตกต่างและความสำคัญ

หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าพิธีอุมเราะห์คืออะไร แตกต่างจากพิธีฮัจย์อย่างไร และมีความสำคัญต่อชาวมุสลิมเพียงใด ชวนมาทำความเข้าใจไปพร้อมกัน

อุมเราะห์คืออะไร

อุมเราะห์มักถูกเรียกว่าเป็นการแสวงบุญเล็กหรือขนาดเล็ก เป็นการปฏิบัติศาสนกิจของชาวมุสลิม โดยผู้แสวงบุญจะเดินทางไปยังเมืองมักกะฮ์อันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกะอ์บะฮ์หรือหินดำ จุดศูนย์รวมการทำพิธีแสวงบุญและการทำละหมาดของคนทั่วโลก สำหรับอุมเราะห์สามารถทำได้ตลอดทั้งปี และสามารถทำกี่ครั้งก็ได้ตามความสามารถ

พิธีฮัจย์คืออะไร

ฮัจย์คือการแสวงบุญตามแบบอย่างศาสดามูฮำหมัด และหนึ่งในหลักการศาสนาอิสลาม มีชาวมุสลิมหลายล้านคนทั่วโลกประกอบพิธีฮัจย์ทุกปี การประกอบพิธีฮัจย์จะจัดขึ้นที่เมืองมักกะฮ์ในช่วงเดือนซุลฮิจญะฮ์ ซึ่งเป็นเดือนที่ 12 ตามปฏิทินอิสลาม การทำพิธีฮัจย์มีบทบัญญัติระบุว่าสำหรับผู้ที่มีความสามารถทั้งร่างกาย ทรัพย์สิน และสามารถเดินทางไปได้ รวมถึงความปลอดภัยของการเดินทางด้วย โดยบทบัญญัติกำหนดว่ามุสลิมทุกคนเมื่อมีความพร้อมต้องเดินทางไปทำฮัจย์ครั้งหนึ่งในชีวิต

วิธีการทำอุมเราะห์

  • การเข้าสู่สถานะอิห์ราม (สถานะอันศักดิ์สิทธิ์แห่งความบริสุทธิ์และการอุทิศตน)
  • การผ่านมิค็อต (เขตแดนที่ผู้แสวงบุญจำเป็นต้องเข้าสู่สถานะอิห์ราม)
  • การทำตาวาฟ (การเดินเวียนรอบกะอ์บะฮ์ 7 รอบ)
  • การทำซาแอ (การเดินระหว่างเนินเขาซาฟาและมัรวา)
  • การโกนศีรษะ (ฮัลก์) หรือการตัดผม (ตักซีร์)

ข้อแตกต่างระหว่างอุมเราะห์และพิธีฮัจย์

แม้ว่าทั้งอุมเราะห์และฮัจย์จะเกี่ยวข้องกับการไปเยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในมักกะฮ์ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ ฮัจย์มีเวลาจำกัดและมีวิธีมากกว่า เช่น การวุกุฟที่ทุ่งอารอฟะห์ ส่วนอุมเราะห์เป็นซุนนห์ (ไม่บังคับแต่ทำได้ถือว่าดี) ทำได้ทุกเวลาและไม่มีวุกุฟ ดังนั้นในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง หากมุสลิมเห็นว่าไม่มีความปลอดภัย สามารถระงับการเดินทางไปยังซาอุดีอาระเบียไว้ก่อนได้

ปัจจุบันวันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นวันที่ 12 เดือนรอมฎอน ดังนั้นในเบื้องต้นพิธีฮัจย์คาดว่าจะเกิดขึ้นในอีก 3 เดือนจากนี้ หรือประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2569 ตามปฏิทินจันทรคติของอิสลาม

ความเห็นจากผู้มีประสบการณ์การแสวงบุญ

นายวรวีร์ มะกูดี อดีตนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าช่วงต้นปีมกราคม-กุมภาพันธ์ คนไทยเชื้อสายมุสลิมส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปทำพิธีอุมเราะห์ที่ซาอุดีอาระเบีย เนื่องจากเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนจนเกินไป หากเข้าสู่เดือนมีนาคม-เมษายน อากาศจะร้อนจัด ทำให้สถานการณ์การโจมตีของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งทำให้น่านฟ้าหลายประเทศในตะวันออกกลางปิด อาจส่งผลกระทบต่อผู้แสวงบุญที่วางแผนเดินทางไปสถานที่ดังกล่าวจำนวนมาก

นายวรวีร์กล่าวเพิ่มเติมว่า "ความแตกต่างระหว่างพิธีฮัจย์กับอุมเราะห์คือ พิธีฮัจย์เป็นกิจกรรมทางศาสนาที่ปกติจะมีขึ้นช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามส่วนใหญ่จะวางแผนไปร่วมพิธีดังกล่าวอย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต ส่วนอุมเราะห์ ผู้แสวงบุญสามารถเดินทางไปได้ตลอดเวลา และกี่ครั้งก็ได้ตามกำลัง และไม่ได้มีพิธีการใดมากมาย เพียงแต่เป็นการไปสักการะพระเจ้าสูงสุดในสถานที่ที่เชื่อว่าเป็นบ้านของพระเจ้า ดังนั้น ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปอุมเราะห์จะถูกกว่าการไปฮัจย์ เพราะสามารถเลือกช่วงเวลาเดินทางที่หลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลได้ ส่วนตัวในชีวิต เคยไปฮัจย์มาแล้ว 1 ครั้ง ส่วนอุมเราะห์ไปมาแล้วหลายครั้ง"

สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งในมิติความมั่นคงระหว่างประเทศและผลกระทบต่อผู้แสวงบุญที่กำลังเดินทางไปประกอบศาสนกิจสำคัญในช่วงเดือนศักดิ์สิทธิ์นี้