ททท.เผยขัดแย้งโลกกระทบท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวชะลอเดินทางจองใกล้วันมากขึ้น
ททท.เผยขัดแย้งโลกกระทบท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวชะลอเดินทาง

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ได้หารือร่วมกับหน่วยงานเอกชนเพื่อขับเคลื่อนการท่องเที่ยว โดยปัจจุบันความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั่วโลกส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นซึ่งเป็นต้นทุนของสินค้าและบริการทั่วโลก

สถานการณ์การท่องเที่ยวโลกอยู่ในโหมดรอดู

การเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกอยู่ในสภาวะ Wait & See หรือรอดูสถานการณ์ไปก่อน โดยนักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังในการเดินทางมากขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ ขณะที่ยอดจองลดลงประมาณร้อยละ 10 จากนักท่องเที่ยวที่กังวลเรื่องค่าครองชีพ

ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง TUI เปิดเผยว่า ยอดจองทริปฤดูร้อนจากนักท่องเที่ยวอังกฤษลดลงราวร้อยละ 10 จากความกังวลด้านสงครามและค่าครองชีพ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจจองใกล้วันเดินทางมากขึ้น ความต้องการเดินทางเริ่มเปลี่ยนจากตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันออก ไปยังประเทศที่มีภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยสูงกว่า เช่น สเปน กรีซ แคนาดา ญี่ปุ่น ไทย และออสเตรเลีย

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แม้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะสูงขึ้น และบางสายการบินลดจำนวนเที่ยวบิน แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงเชื่อมั่นว่าความต้องการเดินทางระยะยาวยังคงแข็งแรง โดยเฉพาะตลาดเรือสำราญและการท่องเที่ยวคุณภาพ

พฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยเปลี่ยน ชะลอการจอง

นางสาวฐาปนีย์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการท่องเที่ยวไทย ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่นิยมจองล่วงหน้านานกว่า 7 เดือน ปัจจุบันเหลือเฉลี่ยเพียงประมาณ 16 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง สะท้อนถึงการตัดสินใจที่ระมัดระวังมากขึ้นภายใต้ภาวะความไม่แน่นอนของโลก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สำหรับช่วงฤดูหนาวปี 2569 ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงต้นปี 2570 ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังประเมินว่า ยอดจองยังอยู่ในระดับที่ดี แม้ยังมีความกังวลบริบทการเมืองระหว่างประเทศอยู่บ้าง แต่หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่ม Quality Leisure

จากข้อมูลช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2569 พบว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจากอเมริกาและยุโรปยังคงมีจำนวนใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปี 2568 และในบางตลาดยังคงมีการเติบโต เช่น ตลาดสแกนดิเนเวียและยุโรปตะวันออก แม้สถานการณ์ความตึงเครียดจะเริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพของนักท่องเที่ยว

ปัจจัยที่ทำให้ตลาดท่องเที่ยวไทยยังคงรักษาระดับ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดท่องเที่ยวในไทยยังคงรักษาระดับได้ เป็นเพราะช่วง High Season ของตลาดระยะไกล นักท่องเที่ยวยังคงเลือกไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณค่า ประสบการณ์ และความคุ้มค่า โดยบางส่วนปรับเส้นทางการบิน (Rerouting) ผ่านฮับการบินอื่นแทนตะวันออกกลาง แม้จะมีบางส่วนที่เลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางก็ตาม

ในมุมมองของนักท่องเที่ยวตะวันตก ไทยยังคงเป็นประเทศที่สงบ มีบรรยากาศเหมาะสมกับการพักผ่อน และเป็น Holiday Destination ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ททท. การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันผลักดันการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่จากทั้งภูมิภาคอเมริกาและยุโรป รวมถึงเพิ่มความสะดวกด้าน Connecting ผ่านฮับสำคัญในยุโรปและอเมริกา ส่งผลให้การเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยมีทางเลือกและความคล่องตัวมากขึ้น

ผลกระทบต่อตลาดตะวันออกกลาง

ตลาดตะวันออกกลางได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นการปิดสนามบิน การยกเลิกเที่ยวบิน และข้อจำกัดด้านการเดินทาง โดยกลุ่ม Leisure หรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ ได้ชะลอหรือยกเลิกการเดินทาง ขณะที่กลุ่ม Ultra Luxury กลับเลือกเดินทางเข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สงบ

สำหรับช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม นักท่องเที่ยวยุโรปส่วนใหญ่มักเดินทางภายในกลุ่มประเทศยุโรปกันเอง ประกอบกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ส่งผลให้หลายสายการบินลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้จำนวนที่นั่งในการเข้าสู่ประเทศไทยลดลงตามไปด้วย

ทั้งนี้ ททท. ยังคงเดินหน้าสร้าง Top of Mind อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาตลาดให้มีการเติบโตสม่ำเสมอจนถึงช่วงปลายปี

แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดตะวันออกกลาง

ททท. เชื่อว่า หากความขัดแย้งคลี่คลาย ตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ GCC จะกลับเข้ามาเดินทางเข้าไทยเพื่อหลีกหนีสภาพอากาศร้อนในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการเพิ่มเที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Flydubai ที่เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ดอนเมืองวันละ 2 เที่ยวบิน ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมนี้ รวมถึง Etihad Airways ที่เตรียมเพิ่มเที่ยวบินอีก 2 เที่ยวบินเช่นกัน

ไทยเผชิญการแข่งขันสูงจากประเทศต้นทุนต่ำ

อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดท่องเที่ยว โดยเฉพาะการแข่งขันจากประเทศที่มีค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวถูกกว่าอย่างจีนและเวียดนาม ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับเรื่องราคาได้มากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการและภาครัฐยังจำเป็นต้องเร่งรักษาจุดแข็งด้านคุณภาพบริการ มาตรฐานความปลอดภัย และประสบการณ์การท่องเที่ยว เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยในระยะยาว

นักท่องเที่ยวอินเดียแห่เข้าไทยในช่วงปิดเทอม

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) ฟื้นตัวด้านการเดินทาง จากการเดินทางท่องเที่ยวในรูปแบบครอบครัวที่ออกเดินทางในช่วงวันหยุดปิดภาคเรียนในอินเดีย โดยนักท่องเที่ยวตลาดอินเดียเดินทางเข้ามาแตะระดับกว่า 50,000 คนในสัปดาห์นี้

นอกจากนี้ ยังมีวันหยุดต่อเนื่องในอินโดนีเซีย และนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้นเช่นกันจากเที่ยวบินที่กลับมาให้บริการในเส้นทางปกติ ขณะที่นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) ชะลอตัวด้านการเดินทางจากการเข้าสู่ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นแนวโน้มปกติของการเดินทาง

ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 469,173 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 3,584 คน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน (86,394 คน) มาเลเซีย (69,445 คน) อินเดีย (49,999 คน) รัสเซีย (16,528 คน) และไต้หวัน (16,024 คน)

ส่วนนักท่องเที่ยวไต้หวันและอินเดียมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าร้อยละ 14.50 และร้อยละ 8.06 ขณะที่นักท่องเที่ยวรัสเซีย จีน และมาเลเซียมีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน

ปัจจัยส่งเสริมการท่องเที่ยวในระยะต่อไป

คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น โดยมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ วันหยุดต่อเนื่องในหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ ฮ่องกง และอิสราเอล สถานการณ์พลังงานในไทยที่เข้าสู่ภาวะปกติและปรับราคาสอดคล้องกับภาวะตลาดโลก การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand

ภาพรวมนักท่องเที่ยวสะสมปี 2569

ข้อมูลวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 17 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมาทั้งสิ้น 12,908,321 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 629,569 ล้านบาท

โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน (2,151,898 คน) มาเลเซีย (1,459,942 คน) อินเดีย (948,960 คน) รัสเซีย (912,085 คน) และเกาหลีใต้ (509,762 คน)