รมช.เกษตรฯ เผยความคืบหน้าการเตรียมงานมหกรรมพืชสวนโลกที่อุดรธานี กว่า 70% เร่งประชาสัมพันธ์เพิ่มยอดนักท่องเที่ยว
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมงานมหกรรมพืชสวนโลก ซึ่งจะจัดขึ้นที่พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี โดยในช่วงวันหยุดสงกรานต์ที่ผ่านมา เขาได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด
กำหนดการและแนวคิดหลักของมหกรรมพืชสวนโลก
มหกรรมพืชสวนโลกจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึงวันที่ 14 มีนาคม 2570 ภายใต้แนวคิดหลักที่ว่า “Diversity of Life: Connecting people, Water, and Plants for Sustainable Living” หรือในภาษาไทยคือ “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของระบบนิเวศและการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล
ความคืบหน้าการก่อสร้างและเตรียมความพร้อม
ขณะนี้การเตรียมงานมีความคืบหน้ากว่า 70% ในหลายด้านสำคัญ ได้แก่
- งานก่อสร้างอาคารต่างๆ เช่น อาคารต้อนรับ อาคารประชาสัมพันธ์ อาคารเฉลิมพระเกียรติ และอาคารเรือนกระจก
- การพัฒนาหมู่บ้านอีสานเพื่อแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น
- ระบบสาธารณูปโภคและงานภูมิสถาปัตย์ที่ครอบคลุม
- งานจ้างควบคุมงานก่อสร้างเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐาน
ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ร่วมมือกันเตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นในด้านการคมนาคมขนส่ง การจราจรและความปลอดภัย ตลอดจนการรักษาพยาบาลและสาธารณสุข เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะสูงถึง 3.6 ล้านคน
การเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการและกิจกรรมท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างรอบด้าน เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้า โดยมุ่งยกระดับมาตรฐานการบริการให้สูงขึ้น พร้อมทั้งจัดกิจกรรมท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดอุดรธานี เพื่อสร้างความประทับใจและประสบการณ์ที่ดีแก่นักท่องเที่ยว
เป้าหมายการเพิ่มยอดนักท่องเที่ยวและผลกระทบทางเศรษฐกิจ
นายวัชระพลได้สั่งการให้เร่งการประชาสัมพันธ์งานเพิ่มมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายให้ยอดนักท่องเที่ยวเกินกว่าที่ประมาณการไว้ที่ 3.6 ล้านคน เขามั่นใจว่าหากทุกภาคส่วนช่วยกัน ผลักดันอย่างเต็มที่ จะสามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้มากกว่านี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างมีนัยสำคัญ
การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นการแสดงความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ยังเป็นโอกาสในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างรายได้ให้กับชุมชน และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในภูมิภาค



