สงครามตะวันออกกลางฉุดรายได้ท่องเที่ยวปี69 เผชิญ Downside ต้นทุนพุ่ง
สงครามตะวันออกกลางฉุดรายได้ท่องเที่ยวปี69 เผชิญ Downside

สงครามตะวันออกกลางที่เริ่มต้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะในด้านต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวสูงขึ้น และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่ลดลง ส่งผลให้รายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2569 เผชิญกับความเสี่ยง downside อย่างมีนัยสำคัญ

ผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวระยะไกลและตะวันออกกลาง

ข้อมูลจาก Krungthai COMPASS ระบุว่า ในเดือนมีนาคม 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่เดินทางเข้าไทยลดลงเหลือเพียง 1.2 หมื่นคน หรือลดลงร้อยละ 33.3 แม้ว่านักท่องเที่ยวกลุ่มนี้จะมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 2.3 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด แต่ผลกระทบได้ขยายวงไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) โดยเฉพาะจากสหภาพยุโรป ซึ่งมีสัดส่วนถึงร้อยละ 25 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด โดยในเดือนเมษายน 2569 นักท่องเที่ยวจากสหภาพยุโรปลดลงถึงร้อยละ 15.6 สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการบินที่สูงขึ้น เนื่องจากสายการบินต่างๆ ปรับขึ้นค่าโดยสารตามราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่เพิ่มสูงขึ้น

ในเดือนเดียวกัน นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางลดลงถึงร้อยละ 57.1 ซึ่งเป็นการหดตัวที่รุนแรงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า แสดงให้เห็นว่าผลกระทบจากความขัดแย้งยังคงทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นักท่องเที่ยวจีนเป็นแรงพยุงแต่ยังไม่เพียงพอ

แม้ว่านักท่องเที่ยวจีนจะขยายตัวร้อยละ 15.7 ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 และฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินตรงและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด แต่แรงพยุงดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยการลดลงของนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียและกลุ่มระยะไกล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นักท่องเที่ยวมาเลเซียยังคงฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมในภาคใต้ของไทย ขณะที่กลุ่มระยะไกลได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมประมาณ 11.7 ล้านคน ลดลงร้อยละ 3.4 และรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ 6.06 แสนล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.9

สองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

Krungthai COMPASS ได้ประเมินสถานการณ์ไว้ 2 กรณี ได้แก่

  • กรณีฐาน (Base Case): สงครามยุติภายในเดือนมิถุนายน 2569 ทำให้ราคาพลังงานทยอยปรับลดลงในช่วงไตรมาส 3 ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.1 ล้านคน สร้างรายได้ 1.46 ล้านล้านบาท ลดลงร้อยละ 2.5 และ 5.2 ตามลำดับ
  • กรณีเลวร้าย (Downside Case): สงครามยืดเยื้อตลอดปี 2569 สายการบินจะส่งผ่านต้นทุนไปยังค่าโดยสารมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงเหลือ 29.4 ล้านคน สร้างรายได้ 1.33 ล้านล้านบาท ลดลงร้อยละ 10.7 และ 13.6 ตามลำดับ

ในกรณีเลวร้าย แรงกดดันอาจลามไปถึงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซันของนักท่องเที่ยวกลุ่มระยะไกล ขณะที่กลุ่มระยะใกล้ (Short-haul) แม้มีความเสี่ยงจากการหยุดชะงักของการบินน้อยกว่า แต่ดีมานด์อาจถูกกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่สูงต่อเนื่อง รวมถึงเงินเฟ้อและบรรยากาศการเดินทางที่เปราะบาง ส่งผลให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังการใช้จ่าย เลื่อนการเดินทาง หรือลดระยะเวลาพำนัก

ผลกระทบต่อจังหวัดที่พึ่งพานักท่องเที่ยวระยะไกลและตะวันออกกลาง

ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางมีแนวโน้มกระจุกตัวในจังหวัดที่พึ่งพาตลาดตะวันออกกลางและยุโรปสูง โดยผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมมากกว่าร้อยละ 80 คาดว่าลูกค้ากลุ่มระยะไกลในไตรมาส 2 จะลดลงจากปีก่อนหน้า จังหวัดที่ได้รับผลกระทบสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี สุราษฎร์ธานี และกระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสัดส่วนโรงแรมระดับกลางถึงบน รีสอร์ต และธุรกิจบริการที่เชื่อมโยงกับนักท่องเที่ยวต่างชาติคุณภาพสูง

ข้อเสนอแนะ: Reinvent Thailand เพื่อความยั่งยืน

Krungthai COMPASS เสนอว่า การรับมือกับสถานการณ์นี้ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวในระยะสั้น แต่ควรยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการให้รับมือกับความผันผวนได้ดีขึ้น โดยภาครัฐควรใช้แนวคิด "Reinvent Thailand" เป็นเครื่องมือเร่งการเปลี่ยนแปลงของภาคการท่องเที่ยว สนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและเครื่องมือดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุน ทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวไทยสามารถแข่งขันได้ด้วยคุณภาพ ความยั่งยืน และความสามารถในการฟื้นตัว มากกว่าการพึ่งพาปริมาณนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว