แอตต้าปรับยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทย รุกตลาดหลัก 6 ประเทศด้วย 'ทูเวย์ ทัวริซึม'
แอตต้าปรับยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทย รุกตลาดหลัก 6 ประเทศ (06.04.2026)

แอตต้าปรับยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวไทยครั้งใหญ่ รุกตลาดหลัก 6 ประเทศด้วยแนวคิด 'ทูเวย์ ทัวริซึม'

สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ได้ประกาศปรับยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญเพื่อพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทย จากเดิมที่เน้นการตั้งรับรอรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ มาเป็นการรุกสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจภูมิภาคอย่างแข็งแกร่ง โดยมุ่งเป้าไปที่ตลาดหลัก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน อินเดีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ผ่านแนวคิด 'ทูเวย์ ทัวริซึม' หรือการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวแบบสองทาง ซึ่งจะใช้ฐานคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศสูงถึงปีละ 12 ล้านคนเป็นแต้มต่อสำคัญ

เปลี่ยนบทบาทจากผู้ขายสู่พันธมิตร สร้างเครือข่ายเศรษฐกิจท่องเที่ยว

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ภายใต้สถานการณ์โลกที่ผันผวนจากวิกฤตพลังงานและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สมาคมฯ จึงได้กำหนดทิศทางยุทธศาสตร์ใหม่เพื่อสร้างความมั่งคั่งให้กับการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน โดยปรับเปลี่ยนบทบาทจากเพียงจุดหมายปลายทางมาเป็นผู้สร้างเครือข่ายเศรษฐกิจท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงหลายประเทศเข้าด้วยกัน

"ในวันนี้ โลกไม่ได้แข่งขันกันแบบประเทศต่อประเทศอีกต่อไป แต่แข่งกันที่ใครมีเครือข่ายที่แข็งแรงกว่า โจทย์ของเราไม่ใช่แค่การมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเท่านั้น แต่ระบบต้องไม่พัง และต้องมีเครื่องมือกระจายความเสี่ยงที่ดีที่สุด" นายอดิษฐ์กล่าว พร้อมเน้นย้ำว่า หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์นี้คือ Two Way Tourism ซึ่งไทยจะเปลี่ยนจากผู้ขาย (Seller) มาเป็นพันธมิตร (Partner) ที่พร้อมแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยวแบบส่งไปและดึงกลับ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แผนปฏิบัติการรุกตลาดหลัก เน้นแพ็กเกจร่วมและเพิ่มเที่ยวบิน

สำหรับแผนปฏิบัติการ แอตต้าเตรียมเดินหน้าโรดโชว์เชิงรุกใน 6 ตลาดยุทธศาสตร์ ซึ่งล้วนเป็นตลาดที่อยู่ไม่ไกลจากไทย โดยใช้เวลาบินไม่เกิน 6 ชั่วโมง โดยเน้นเป้าหมายหลักดังนี้:

  • จัดแพ็กเกจท่องเที่ยวร่วม เช่น ทัวร์เส้นทางไทยบวกกับประเทศพันธมิตร เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ
  • เร่งเจรจาเพิ่มสายการบินและเที่ยวบินเหมาลำจับคู่ธุรกิจอย่างจริงจัง
  • ตั้งเป้าเกิดการเจรจา B2B Matching ไม่ต่ำกว่า 2,000 ดีล เพื่อสร้างความร่วมมือที่จับต้องได้

นอกจากนี้ แอตต้าจะผลักดันกลไกความร่วมมือ 3 ประสาน ระหว่างภาครัฐที่ควบคุมนโยบาย ภาคเอกชนที่ลงมือปฏิบัติ และภาควิชาการที่คอยวัดผล โดยมุ่งเน้นการดึงดูดกลุ่มนักเดินทางคุณภาพและกลุ่มที่เพิ่งเริ่มเดินทางท่องเที่ยวครั้งแรก เพื่อสร้างรายได้ใหม่เข้าสู่ประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ

ตลาดจีนสดใส สัญญาณบวกจากรัฐบาลทั้งสองฝ่าย

นายอดิษฐ์กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดจีนในปี 2026 มีทิศทางที่สดใสมาก โดยข่าวเชิงลบเกี่ยวกับไทยลดน้อยลงจนเกือบหมด ขณะที่สัดส่วนผู้โดยสารในเที่ยวบินเริ่มมีความสมดุลระหว่างคนจีนมาไทย 60-70% และคนไทยไปจีน 30-40% ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายให้การสนับสนุนอย่างมีนัยสำคัญ

มั่นใจผลลัพธ์ระยะสั้นและยาว ผงาดเป็นฮับท่องเที่ยวเอเชีย

แอตต้ามั่นใจว่าผลลัพธ์ในระยะสั้น (3-6 เดือน) จะเห็นการฟื้นตัวของยอดจองในกลุ่มตลาดใกล้เคียง และในระยะยาว 1-3 ปี ประเทศไทยจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำเศรษฐกิจท่องเที่ยวภูมิภาค ที่มีระบบนิเวศเชื่อมโยงหลายประเทศเข้าด้วยกัน สร้างความเติบโตแบบยั่งยืนและลดผลกระทบจากความผันผวนของโลกในอนาคตได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยใช้ฐานคนไทยเที่ยวต่างแดน 12 ล้านคนเป็นแต้มต่อสำคัญในการกระจายความเสี่ยงและลดต้นทุนการตลาด