ในหลวงพระราชทานพระราชดำรัสแก่ครม.ชุดใหม่ ย้ำผลประโยชน์ประชาชน-ประชาธิปไตย-ประเทศชาติ
ในหลวงพระราชทานพระราชดำรัสแก่ครม.ชุดใหม่ ย้ำผลประโยชน์ 3 ส่วน (06.04.2026)

ในหลวงพระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เน้นย้ำผลประโยชน์ 3 ส่วนหลัก

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 เวลา 18.47 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เพื่อพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ

รายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำรัสแก่คณะรัฐมนตรีเป็นแนวทางในการปฏิบัติหน้าที่ โดยทรงเน้นย้ำถึงผลประโยชน์สำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ ประชาชน ประชาธิปไตย และประเทศชาติ ซึ่งถือเป็นจุดหมายสูงสุดในการบริหารบ้านเมือง

คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ประกอบด้วยบุคคลสำคัญหลายท่าน เช่น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ยังมี นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตำแหน่งรัฐมนตรีอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมถึงรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอีก 4 ท่าน คือ นางสาวศุภมาส อิศรภักดี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ นายภราดร ปริศนานันทกุล และ นางสุขสมรวย วันทนียกุล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

พระราชดำรัสที่ทรงเน้นย้ำถึงผลประโยชน์หลัก

ในพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสว่า "ข้าพเจ้ายินดีที่ได้พบกับท่านทั้งหลายในโอกาสที่ท่านได้รับแต่งตั้งเป็นคณะรัฐมนตรีและมาถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อจะได้ไปทำหน้าที่ในการบริหารกิจการบ้านเมืองต่อไป การทำหน้าที่ของท่านนั้นมีผลหลายอย่าง อย่างหนึ่งคือผลต่อประชาชน ซึ่งควรจะต้องได้รับความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างหนึ่งคือผลประโยชน์ต่อประชาธิปไตย ซึ่งควรจะต้องงอกงามไพบูลย์ในวิถีทางที่ถูกต้อง อีกอย่างหนึ่งคือผลต่อประเทศชาติ ซึ่งควรจะต้องมีความมั่นคง เป็นปึกแผ่นและพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างยั่งยืน"

ทรงย้ำว่า หากคณะรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่โดยระลึกถึงผลประโยชน์ทั้งสามส่วนนี้เป็นจุดหมายสูงสุด ก็จะสามารถรักษาคำปฏิญาณที่ให้ไว้ และนำพาชาติบ้านเมืองให้ผ่านพ้นอุปสรรคปัญหาต่างๆ ไปสู่ความวัฒนาสถาพรได้อย่างแท้จริง พร้อมทั้งทรงอำนวยพรให้ทุกท่านมีความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่และมีความสุขความเจริญโดยทั่วกัน

นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอื่นๆ ที่สำคัญ เช่น พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายนิกร โสมกลาง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

การนี้ นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ร่วมเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทด้วย ซึ่งแสดงถึงความสำคัญของพิธีการในครั้งนี้