ม.หอการค้าไทยเผยสงกรานต์ 2569 เงียบเหงา เงินสะพัด 1.29 แสนล้าน วูบ 3.7%
สงกรานต์ 2569 เงียบเหงา เงินสะพัด 1.29 แสนล้าน วูบ 3.7%

ม.หอการค้าไทยเผยสงกรานต์ 2569 เงียบเหงา เงินสะพัดลดลง 3.7% เหลือ 1.29 แสนล้านบาท

มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ซึ่งจัดทำโดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจของมหาวิทยาลัย พบว่าเทศกาลนี้ไม่คึกคักเหมือนปีก่อน โดยมีเม็ดเงินสะพัดในระบบเพียง 129,649 ล้านบาท ลดลง 3.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า นับเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครน

พฤติกรรมผู้บริโภคเน้นประหยัด ใช้จ่ายเฉลี่ย 8,056 บาทต่อคน

จากการสำรวจพบว่าคนส่วนใหญ่ 58.2% ไม่เล่นน้ำสงกรานต์ ในขณะที่ 41.8% เล่นน้ำสงกรานต์ โดยแผนการท่องเที่ยวเน้นการประหยัดค่าใช้จ่าย โดย 56.6% เน้นเที่ยวในจังหวัดของตัวเอง 5.5% เที่ยวในประเทศ และ 4.2% กลับบ้านและวางแผนเที่ยว ส่วนเที่ยวต่างประเทศมีเพียง 0.7% เท่านั้น

สำหรับค่าใช้จ่ายเฉลี่ย ผู้ที่วางแผนท่องเที่ยวในประเทศใช้จ่ายเฉลี่ย 8,056 บาทต่อคน ในขณะที่เที่ยวต่างประเทศใช้จ่ายเฉลี่ย 37,083 บาทต่อคน ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มการรัดเข็มขัดของผู้บริโภค

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สาเหตุหลักจากน้ำมันแพงและค่าครองชีพสูง

นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ระบุว่า สาเหตุที่ผู้บริโภคใช้จ่ายลดลงมาจากปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่แพงขึ้น สินค้าและบริการมีราคาสูง ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น รวมถึงผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางและการมีหนี้สินที่มากขึ้น

จากการสำรวจแผนการใช้จ่าย พบว่า 42.7% ตอบว่าใช้จ่ายเท่าเดิม 36.5% ใช้จ่ายลดลง ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และ 20.8% ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น โดยแหล่งเงินที่ใช้จ่ายส่วนใหญ่มาจากเงินเดือน 54.9% รองลงมาคือเงินออม เงินจากผู้ปกครอง เงินกู้ และโบนัส

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

บรรยากาศสงกรานต์สนุกสนานลดลง ปัญหาความกังวลเพิ่มขึ้น

ในด้านบรรยากาศของเทศกาล คนส่วนใหญ่ 51.8% มองว่าสนุกสนานเหมือนเดิม แต่สัดส่วนคนที่มองว่าสนุกสนานลดลงมีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 4% ในปีก่อน เป็น 33% ในปีนี้ ในขณะที่ 15.1% มองว่าสนุกสนานมากขึ้น

นอกจากนี้ ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาความกังวลในช่วงสงกรานต์ โดยปัญหาที่กังวลมากที่สุดคือ ราคาน้ำมันแพง ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น การจราจรติดขัด และการลวนลามทางเพศ

นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวเสริมว่า สงกรานต์ปีนี้คนจะชะลอการใช้จ่ายมากขึ้น เนื่องจากน้ำมันและสินค้าแพงซึ่งเป็นผลจากสงครามตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ม.หอการค้าไทยยังต้องจับตาดูตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาเที่ยวไทยในช่วงสงกรานต์ โดยเฉพาะจากมาเลเซีย จีน และยุโรป ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้บ้าง แม้ภาพรวมจะเงียบเหงากว่าปีก่อนก็ตาม