รัฐบาลชื่นชมทีมไทยแลนด์ ดึงต่างชาติถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยทะลุเป้า 2.48 พันล้าน
รัฐบาลชื่นชมทีมไทยแลนด์ดึงถ่ายทำในไทยทะลุเป้า 2.48 พันล้าน

รัฐบาลชื่นชมทีมไทยแลนด์ ดึงต่างชาติถ่ายทำในไทยทะลุเป้า สร้างรายได้ 2.48 พันล้านบาท

รัฐบาลแสดงความชื่นชมต่อทีมไทยแลนด์ที่สามารถสร้างผลสำเร็จเกินเป้าหมายจากการเข้าร่วมงาน Hong Kong Film & TV Market 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 ถึง 20 มีนาคม 2569 ณ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ระดับนานาชาติประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

ความสนใจจากผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างชาติพุ่งสูง

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ เปิดเผยว่า ภายในงานมีผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศให้ความสนใจเข้ามาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายทำในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องมากกว่า 300 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตจากประเทศจีนและฮ่องกง รวมถึงผู้ผลิตจากสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส ตุรกี นิวซีแลนด์ อินเดีย อินโดนีเซีย และประเทศอื่น ๆ

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีผู้ผลิตภาพยนตร์จำนวน 23 ราย แสดงความสนใจอย่างชัดเจนและมีแผนจะเข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยภายในระยะเวลา 1–2 ปีข้างหน้า ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้ไม่ต่ำกว่า 2,480 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการถ่ายทำภาพยนตร์ระดับโลก

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

จุดแข็งที่ดึงดูดผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างชาติ

ทีมไทยแลนด์ได้นำเสนอจุดแข็งของประเทศในการประชาสัมพันธ์ครั้งนี้ ซึ่งประกอบด้วย:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ความหลากหลายของสถานที่ถ่ายทำที่สวยงามและเหมาะสมกับหลากหลายประเภทของภาพยนตร์
  • ศักยภาพทีมงานมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมภาพยนตร์
  • มาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ (Incentive) ในรูปแบบ Cash Rebate ร้อยละ 15 – 30 เพื่อจูงใจผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างชาติ

ความร่วมมือเชิงบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐ

ความสำเร็จในการเข้าร่วมงานครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือเชิงบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงวัฒนธรรม ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยในเวทีนานาชาติ

การนำผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างประเทศได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม และตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการถ่ายทำและผู้ให้บริการด้านภาพยนตร์ระดับโลกอย่างแท้จริง

นางสาวอัยรินทร์ กล่าวเสริมว่า การดำเนินการในครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ แต่ยังช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวโลก เปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยเติบโตและแข่งขันในระดับสากลได้อย่างมั่นคง