TTB ประกาศกำไรไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 5,170 ล้านบาท โต 1.4% จากคุมต้นทุนและรายได้ค่าธรรมเนียม
TTB กำไรไตรมาส 1/2569 โต 1.4% หลังคุมต้นทุน-ดันค่าธรรมเนียม

TTB ประกาศกำไรไตรมาส 1/2569 โต 1.4% สูงถึง 5,170 ล้านบาท

ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ได้รายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,170 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้ว่าธนาคารจะเผชิญกับแรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วกว่าที่คาดไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และการชะลอตัวของสินเชื่อ แต่ผลการดำเนินงานยังคงทรงตัวได้ดี

การบริหารต้นทุนและการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ TTB สามารถรักษาผลกำไรได้คือการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย โดยเฉพาะรายได้ค่าธรรมเนียม ธนาคารได้ปรับโครงสร้างต้นทุนทางการเงินให้เหมาะสม ซึ่งช่วยลดผลกระทบเชิงลบต่ออัตรากำไรขั้นต้นสุทธิ (NIM) ทำให้ NIM ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 3.02% การปรับปรุงนี้เป็นผลจากแผนการบริหารโครงสร้างเงินฝากและเงินกู้ยืม รวมถึงการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากตามการเปลี่ยนแปลงของนโยบาย และการปรับสัดส่วนสินเชื่อไปยังกลุ่มรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง

ในด้านรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย ธนาคารประสบความสำเร็จในการขยายตัว โดยได้รับแรงหนุนจากค่าธรรมเนียมที่มิใช่ธุรกิจหลัก เช่น กำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม และรายได้อื่นๆ จากเงินสนับสนุน FIDF ภายใต้โครงการ "คุณสู้, เราช่วย" นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมหลักยังเติบโตได้ดีในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมจากแบงก์แอสชัวรันส์ กองทุนรวม บัตรเครดิต รวมถึงค่าธรรมเนียมเพื่อการส่งออกและปริวรรตเงินตรา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การควบคุมค่าใช้จ่ายและคุณภาพสินทรัพย์

TTB ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) อยู่ในระดับที่เหมาะสม แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนบ้าง เนื่องจากการรวมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรของ ttb wealth securities แต่หากไม่รวมรายการดังกล่าว ค่าใช้จ่ายหลักอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดีและมีแนวโน้มทรงตัว สะท้อนจากการลดลง 1.5% จากไตรมาสก่อนหน้า การปรับเปลี่ยนการให้บริการไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลภายใต้แนวคิด "digital-first, digital-only" คาดว่าจะช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านต้นทุนให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต

สำหรับคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเข้มงวด ด้วยการลดความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อเชิงรุกและโครงการให้ความช่วยเหลือลูกค้า ส่งผลให้คุณภาพสินทรัพย์อยู่ในเกณฑ์ดี ตัวชี้วัดสำคัญคือผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง 12.8% จากปีก่อน และระดับสินเชื่อด้อยคุณภาพทรงตัว นอกจากนี้ ธนาคารยังตั้งสำรองเพิ่มเติมผ่าน Management Overlay เพื่อรองรับความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและแนวโน้มราคาบ้านมือสอง ทำให้อัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (LLR coverage ratio) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 154%

โดยรวมแล้ว ผลประกอบการของ TTB ในไตรมาส 1/2569 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและบริหารจัดการในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยเน้นการควบคุมต้นทุนและการขยายรายได้ค่าธรรมเนียมเพื่อรักษาผลกำไรให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง