เตือนรับมือ 'Stagflation' โลกผวา เฟดตรึงดอกเบี้ยสู้เงินเฟ้อสงครามเดือด
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ออกคำเตือนอย่างเร่งด่วนต่อนักลงทุนให้เตรียมรับมือกับภาวะ Stagflation หรือเศรษฐกิจชะลอตัวร่วมกับเงินเฟ้อพุ่งสูง ซึ่งกำลังคุกคามเศรษฐกิจโลกอย่างหนัก ภาวะนี้ถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยเสี่ยงหลักสองประการ ได้แก่ สงครามที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง และ นโยบายการเงินที่แข็งกร้าวจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สถานการณ์ล่าสุดบ่งชี้ว่าความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
สงครามพลังงานเร่งราคาน้ำมันพุ่ง ส่งผลเงินเฟ้อโลก
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านได้ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 19 แล้ว โดยมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด อิสราเอลได้เข้าโจมตีคลังเก็บก๊าซและน้ำมันของอิหร่านในแหล่งเซาท์พาร์สและอาซาลูเยห์ ซึ่งถือเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการขู่จะโจมตีแหล่งพลังงานในประเทศกาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เหตุการณ์เหล่านี้ผลักดันให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงขึ้นถึง 107.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อทั่วโลก
เฟดส่งสัญญาณแข็งกร้าว ตรึงดอกเบี้ยสูงเสี่ยงฉุดเศรษฐกิจ
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แสดงท่าทีที่แข็งกร้าวในการประชุมล่าสุด โดยมีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์ แต่ได้เน้นย้ำว่าจะยังไม่ลดดอกเบี้ยจนกว่าเงินเฟ้อจะชะลอตัวลงอย่างชัดเจน นอกจากนี้ เฟดยังได้ปรับเพิ่มการคาดการณ์เงินเฟ้อ (PCE) สำหรับปี 2026 ขึ้นเป็น 2.7% จากเดิม 2.4% และจากรายงาน Dot Plot ชี้ให้เห็นว่าเฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยในปีนี้ได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น มุมมองที่เข้มงวดนี้ทำให้นักลงทุนกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจ สะท้อนผ่านทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ขยับสูงขึ้น โดยเฉพาะในระยะสั้นที่ปรับตัวเร็วกว่าระยะยาวจนเกิดรูปแบบ "Bear Flattening" ซึ่งคล้ายคลึงกับช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 ที่นำไปสู่ภาวะ Inverted Yield Curve ในที่สุด
การเมืองไทยระทึก! โหวตเลือกนายกฯ วันนี้ ผวาปมบัตรคิวอาร์โค้ด
สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ (19 มีนาคม 2569) ถือเป็นวันสำคัญที่รัฐสภาจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยภาพการจัดตั้งรัฐบาลเริ่มชัดเจนขึ้น นำโดยพรรคภูมิใจไทยจับมือกับพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมอื่นๆ รวม 292 เสียง ซึ่งคาดว่าจะสนับสนุนให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี หากทุกอย่างราบรื่น ประเทศไทยจะมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศได้ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดการเดิมราว 1-1.5 เดือน อย่างไรก็ตาม บล.เอเซีย พลัส เตือนให้นักลงทุนระมัดระวังความเสี่ยงทางการเมืองที่อาจสะดุดลง จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6:3 รับคำร้องพิจารณาว่าบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดขัดต่อหลักการลงคะแนนลับหรือไม่ โดยฝ่ายวิจัยประเมินฉากทัศน์ไว้ 3 ทาง ดังนี้
- รอด (60%): ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งสมบูรณ์ รัฐบาลเดินหน้าต่อ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ดีที่สุดต่อตลาดหุ้น
- สั่งแก้ไขแต่ไม่ล้ม (20%): สั่งให้ กกต. แก้ไขระเบียบ แต่ไม่กระทบผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา
- เลวร้ายที่สุด (20%): ศาลชี้ว่ากระทบสิทธิ การเลือกตั้งเป็น "โมฆะ" ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ ซึ่งจะทำให้โครงสร้างการเมืองและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจล่าช้าออกไปทั้งหมด
กลยุทธ์การลงทุน: ชูหุ้น "เกราะป้องกันเงินเฟ้อ" สู้ความผันผวน
ในภาวะที่ตลาดแกว่งตัวจากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและ Bond Yield ที่เร่งตัวขึ้น บล.เอเซีย พลัส แนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นที่มี "เกราะป้องกันเงินเฟ้อขยายตัว" โดยมีหุ้น Top Picks ได้แก่ PTTEP, BANPU, IVL, STA, KTB, BBL, CPAXT, BDMS, KCE และ TU สามารถแบ่งกลุ่มที่ได้ประโยชน์ดังนี้
- กลุ่มโภคภัณฑ์ (รับประโยชน์ราคาน้ำมัน): PTTEP, PTT, TOP, PTTGC, IVL, BANPU, STA, NER
- กลุ่มธนาคารพาณิชย์และประกัน (รับประโยชน์ Bond Yield ขาขึ้น): KTB, KBANK, SCB, BBL, BLA
- กลุ่มปัจจัย 4: CPAXT, BH, BDMS
- กลุ่มส่งออก (รับอานิสงส์บาทอ่อน): DELTA, KCE, HANA, TU
นอกจากนี้ แนะนำให้ หลีกเลี่ยง หุ้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากดอกเบี้ยและเงินเฟ้อสูง เช่น กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย/ค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง (COM7, SPVI, HMPRO, DOHOME, GLOBAL) และกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ (MTC, TIDLOR, SAWAD) สำหรับประเด็นการลงทุนต่างประเทศ แนะนำจับตาหุ้น MICRON ของสหรัฐฯ ที่รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2 พุ่งขึ้นถึง +682% YoY ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก พร้อมให้ Guidance ไตรมาส 3 เติบโตแข็งแกร่ง หนุนจากยอดขายชิป AI หากราคาหุ้นย่อตัวลงถือเป็นจังหวะเก็งกำไรผ่าน DR: MICRON80



