ตลาดหุ้นไทยผ่อนคลายหลังน้ำมันดิบปรับฐาน SET คาดเคลื่อนไหวกรอบ 1390-1420 จุด
ตลาดหุ้นไทยผ่อนคลายหลังน้ำมันดิบปรับฐาน SET 1390-1420

ตลาดหุ้นไทยผ่อนคลายหลังน้ำมันดิบปรับฐาน SET คาดเคลื่อนไหวกรอบ 1390-1420 จุด

ตลาดหุ้นไทยระยะสั้นดูผ่อนคลายมากขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบปรับฐานลง ส่งผลให้ดัชนี SET INDEX มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 1390-1420 จุด ตามการวิเคราะห์ของ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) หรือ Pi Securities ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569

ปัจจัยหนุนตลาดจากน้ำมันดิบและต่างประเทศ

การปรับฐานของราคาน้ำมันดิบเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยให้ตลาดหุ้นไทยผ่อนคลายขึ้น โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดลดลง 2.8% หลังมีรายงานว่าเรือบรรทุกน้ำมันบางลำสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ พร้อมกับความกังวลด้านสงครามในตะวันออกกลางที่ลดลง ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวลมากขึ้น

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯและเอเชียก็ฟื้นตัวเป็นปัจจัยหนุน โดยดัชนี Dow Jones ปิดบวก 387 จุด (+0.8%) จากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่วนตลาดเอเชียเช้านี้ เช่น Nikkei และ Kospi ก็ฟื้นตัวบวก 0.9% และ 2.7% ตามลำดับ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้นเน้นกลุ่ม Anti Oil

Pi Securities แนะนำให้นักลงทุนระยะสั้นอาจ Take Risk โดยเน้นกลุ่ม Anti Oil ที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับลง ประกอบด้วย

  • สายการบิน เช่น AAV, BA
  • ท่องเที่ยว เช่น AOT, CENTEL, MINT
  • โรงไฟฟ้า เช่น BGRIM, GPSC, GULF
  • ค้าปลีก เช่น BJC, CRC, CPALL
  • ธนาคาร เช่น BBL, KBANK, KTB, SCB

กลุ่มเหล่านี้คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ลดลงและปัจจัยเชิงจิตวิทยาจากการเตรียมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคม ซึ่งมองเป็นเรื่องบวกต่อการลงทุนจากความคาดหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

ปัจจัยภายในประเทศและความเสี่ยงที่ต้องจับตา

ในประเทศ มีปัจจัยหนุนจากกองทุนน้ำมันที่เข้าอุดหนุนน้ำมันดีเซลมากถึง 18.3 บาทต่อลิตร เพื่อกดให้ราคาหน้าปั๊มอยู่ในระดับ 29.94 บาทต่อลิตร ซึ่งช่วยไม่ให้ค่าครองชีพในประเทศโดยเฉลี่ยขยับขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันดิบยังคงปรับขึ้นต่อเนื่อง มีความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันหน้าปั๊มอาจทยอยปรับขึ้น จากสถานะกองทุนสุทธิที่ติดลบ 1.2 หมื่นล้านบาท

การจับตาประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)

นักลงทุนยังรอติดตามผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ในคืนวันพุธ ซึ่งคาดว่าจะประกาศผลช่วงเช้าวันพฤหัสบดีตามเวลาประเทศไทย โดย CME FED Watch ให้น้ำหนักมากถึง 99% ที่จะคงดอกเบี้ยระดับเดิมไว้ และไปลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม

ข้อมูลดังกล่าวอาจปรับเปลี่ยนได้หากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงพร้อมกับเศรษฐกิจที่ย่ำแย่มากขึ้น

โดยรวม ตลาดหุ้นไทยระยะสั้นมีแนวโน้มผ่อนคลายจากปัจจัยด้านน้ำมันดิบและต่างประเทศ แต่ยังต้องจับตาความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและผลการประชุม FED อย่างใกล้ชิด