กรุงศรีรายงานกำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 2569 โต 14.4% สูงถึง 8.62 พันล้านบาท
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิจำนวน 8,618 ล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้น 14.4% หรือเพิ่มขึ้น 1,085 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2568 การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ขยายตัว รวมถึงผลกระทบเชิงบวกจากการรวมงบการเงินของ TIDLOR ในช่วงไตรมาสนี้
รายละเอียดผลประกอบการและแนวโน้มธุรกิจ
แม้ว่าเงินให้สินเชื่อรวมจะลดลง 1.2% หรือ 22,805 ล้านบาท จากสิ้นเดือนธันวาคม 2568 เนื่องจากการชำระคืนสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลและความต้องการสินเชื่อในประเทศที่อ่อนแอลง แต่ธุรกิจในอาเซียนยังคงแสดงความแข็งแกร่ง โดยสินเชื่อเติบโต 2.5% จากไตรมาสก่อนหน้า ช่วยชดเชยอุปสงค์ภายในประเทศได้บางส่วน
ในด้านรายได้ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 4.61% จาก 4.10% ในไตรมาสแรกปี 2568 ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 18.4% หรือ 2,179 ล้านบาท ส่วนอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ปรับตัวดีขึ้นที่ 45.2% สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ความท้าทายและกลยุทธ์ในอนาคต
นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกและความเปราะบางเชิงโครงสร้างในประเทศ รวมถึงผลกระทบจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายหลายครั้ง กรุงศรี กรุ๊ป ยังคงสามารถส่งมอบผลประกอบการที่น่าพอใจได้
เขาชี้ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวอยู่ในช่วง 1.5-1.7% แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และหนี้ครัวเรือนระดับสูง ธนาคารจึงดำเนินการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เชิงรุกในไตรมาสนี้
ฐานะการเงินที่สำคัญ
- สินเชื่อรวม: 1.91 ล้านล้านบาท
- เงินรับฝาก: 1.70 ล้านล้านบาท
- สินทรัพย์รวม: 2.61 ล้านล้านบาท
- เงินกองทุนของธนาคาร: 336.02 พันล้านบาท หรือ 20.65% ของสินทรัพย์เสี่ยง
กรุงศรีเป็นกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับห้าในระบบเศรษฐกิจไทยและเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) ซึ่งสะท้อนความมั่นคงทางการเงินแม้ในสภาวะท้าทาย



