Krungthai CIO เตือนความขัดแย้งตะวันออกกลางกดดันตลาดการเงินโลก แนะถือทองคำรับมือความเสี่ยง
ทีมกลยุทธ์การลงทุนธนาคารกรุงไทย หรือ Krungthai Chief Investment Office (CIO) ได้เผยแพร่การวิเคราะห์ตลาดและการลงทุนรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2-6 มีนาคม 2569 โดยชี้ให้เห็นว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินโลก ส่งผลให้เกิดความผันผวนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์กระตุ้นความกังวลในตลาดการเงิน
จากรายงานของ Krungthai CIO ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้กระตุ้นความกังวลต่อเส้นทางพลังงานสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ในขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันและทองคำได้ปรับตัวสูงขึ้นจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่ไม่คาดคิดหรือ Tail Risk ที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว
ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาและตลาดหุ้นโลกในสัปดาห์ที่ผ่านมามีแนวโน้มอ่อนตัวลง ส่วนหนึ่งมาจากความกังวลว่าปัญญาประดิษฐ์หรือ AI อาจเข้ามาแทนที่ธุรกิจบางส่วน รวมถึงความเสี่ยงที่เม็ดเงินลงทุนด้าน AI เริ่มเข้าสู่ช่วงชะลอตัว แม้ว่าบริษัท Nvidia จะรายงานผลประกอบการที่ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ก็ตาม
กลยุทธ์การลงทุนแบบ Barbell Strategy เพื่อสร้างสมดุลพอร์ต
Krungthai CIO ยังคงแนะนำการจัดพอร์ตลงทุนแบบ Barbell Strategy เพื่อสร้างสมดุลและกระจายความเสี่ยง โดยเน้นการลงทุนในหุ้นที่ทนทานต่อความผันผวน เช่น กลุ่ม Healthcare และหุ้นกลุ่มเติบโตที่มีพื้นฐานดี พร้อมทั้งเน้นการถือทองคำในสัดส่วน 5-10% ของพอร์ตลงทุน เพื่อเป็นกันชนรับความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง
นอกจากนี้ ทีม CIO ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อ REITs หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากอัตราปันผลที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่นโยบายการเงินยังอยู่ในโซนที่ผ่อนคลาย และมองหาโอกาสการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ที่มีการเติบโดเด่น เช่น อินเดียและเวียดนาม เพื่อสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในช่วงที่ตลาดยังคงผันผวนสูง
สถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศไทยและต่างประเทศ
สำหรับสถานการณ์ในประเทศไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านการเติบโตของเศรษฐกิจ การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้ เมื่อรวมกับมาตรการควบคุมธุรกรรมทองคำที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมีนาคม ช่วยลดแรงกดดันต่อการแข็งค่าของเงินบาท และส่งผลบวกต่อกลุ่มผู้ส่งออกและหุ้นไฟแนนซ์จากต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง
ในส่วนของประเทศญี่ปุ่น ตลาดยังคงจับตาการเปลี่ยนผ่านเชิงนโยบายหลังการเลือกนายกรัฐมนตรี และการพิจารณาอนุมัติกรรมการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คนใหม่ที่มีแนวโน้มสนับสนุนนโยบายการเงินผ่อนคลาย ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าเงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าลงในอนาคต
สรุปได้ว่า Krungthai CIO มองว่าความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดการเงินโลก การถือทองคำในสัดส่วนที่เหมาะสมและการกระจายการลงทุนตามกลยุทธ์ Barbell Strategy เป็นแนวทางสำคัญในการรับมือกับความผันผวนและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว



