นายพิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจไทยล่าสุดว่า ขณะนี้เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวดี การท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก และการส่งออกที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว
หนี้สาธารณะยังอยู่ในกรอบวินัยการเงิน
นายพิชัยกล่าวว่า หนี้สาธารณะของไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 60% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ โดย ณ สิ้นปีงบประมาณ 2566 หนี้สาธารณะอยู่ที่ประมาณ 61% ต่อ GDP แต่เมื่อรวมกับเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจจากโควิด-19 แล้ว ยังต่ำกว่า 60% ตามนิยามใหม่ของกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด โดยมีเป้าหมายให้หนี้สาธารณะอยู่ในระดับที่ยั่งยืน พร้อมกับเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
รมว.คลัง กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า ได้ดำเนินการหลายมาตรการ เช่น โครงการเติมเงิน 10,000 บาทผ่าน Digital Wallet ที่จะช่วยกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ และโครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวในช่วง High Season
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกร ผ่านการพักชำระหนี้และการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มสภาพคล่องให้กับกลุ่มเปราะบาง
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2567
นายพิชัยคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2567 จะขยายตัวได้ในช่วง 3-4% โดยได้รับแรงหนุนจากการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัว การท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 30-35 ล้านคน และการส่งออกที่กลับมาขยายตัวตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม เช่น ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ซึ่งรัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว



