คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในการประชุมครั้งที่ 4/2567 เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% ต่อเนื่อง โดยกรรมการ 6 คน จากทั้งหมด 7 คนเห็นด้วยกับการคงดอกเบี้ย ขณะที่กรรมการ 1 คนเห็นควรให้ลดดอกเบี้ย 0.25%
เหตุผลที่คงดอกเบี้ย
กนง. มองว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากที่คาดไว้ โดยเฉพาะจากอุปสงค์ในประเทศและการส่งออกที่ฟื้นตัวช้า ขณะที่เงินเฟ้อทั่วไปยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย แต่มีความเสี่ยงจากด้านราคาพลังงานและอาหาร
นอกจากนี้ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา การคงดอกเบี้ยจะช่วยสนับสนุนเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว
การคาดการณ์เศรษฐกิจ
กนง. ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2567 ลงเหลือ 2.6% จากเดิม 2.7% โดยคาดว่าการส่งออกจะขยายตัว 2.0% การบริโภคภาคเอกชน 4.0% และการลงทุนภาคเอกชน 3.0% ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปคาดว่าจะอยู่ที่ 1.0%
สำหรับปี 2568 คาดว่า GDP จะขยายตัว 3.0% และเงินเฟ้อทั่วไป 1.4%
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
การคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจและประชาชนยังคงสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อการบริโภคและการลงทุน อย่างไรก็ดี กนง. มองว่านโยบายการเงินในปัจจุบันยังเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์หลายรายคาดว่ากนง. อาจเริ่มปรับลดดอกเบี้ยในช่วงปลายปีนี้หากเศรษฐกิจชะลอตัวรุนแรงกว่าคาด



