ศูนย์วิจัยกรุงไทยฯ เตือนความตึงเครียดตะวันออกกลางกดดันตลาดโลก หนุนพลังงานพุ่ง-เสี่ยงเงินเฟ้อ
ศูนย์วิจัยกรุงไทยฯ เตือนตะวันออกกลางกดดันตลาดโลก

ศูนย์วิจัยกรุงไทยฯ เตือนความตึงเครียดตะวันออกกลางกดดันตลาดโลก หนุนพลังงานพุ่ง-เสี่ยงเงินเฟ้อ

ทีมกลยุทธ์การลงทุนของธนาคารกรุงไทยได้เผยแพร่รายงานวิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนในวันนี้ (25 มีนาคม 2569) โดยชี้ให้เห็นว่า ตลาดการเงินโลกยังคงเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง สถานการณ์นี้ส่งผลให้เกิดแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนโดยรวม รวมถึงแนวโน้มผลประกอบการของตลาดหุ้นในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในเอเชีย

ผลกระทบต่อตลาดหุ้นในภูมิภาคต่างๆ

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการปรับตัวลดลง แม้ว่าปัจจัยพื้นฐานจะยังได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องก็ตาม สำหรับตลาดหุ้นยุโรปนั้น เผชิญแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น ในส่วนของตลาดหุ้นเอเชียต้องเผชิญทั้งแรงขายจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและกระแสเงินทุนไหลออกอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่ตลาดหุ้นจีนมีการปรับตัวลดลงสอดคล้องกับทิศทางตลาดโลก เนื่องจากแรงกดดันจากราคาพลังงานและภาวะ Risk-off ของนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ตลาดหุ้นบางแห่งในเอเชียยังเผชิญแรงขายทำกำไรหลังจากที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำแนะนำสำหรับนักลงทุนในสถานการณ์ปัจจุบัน

นักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนระยะสั้นเป็นพิเศษ โดยเน้นการบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างยืดหยุ่นและรอบคอบ ซึ่งรวมถึงการทยอยขายทำกำไรในสินทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นมาแล้ว และการรอจังหวะเข้าลงทุนเมื่อราคาปรับตัวลงแรง เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยของการลงทุนหรือที่เรียกว่า Margin of Safety

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

พร้อมกันนี้ควรคัดเลือกการลงทุนหรือ Selective Buy ในกลุ่มที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและสอดคล้องกับแนวโน้มระยะกลาง โดยทีมวิจัยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่ม Technology และ Semiconductor ที่ได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์หรือ AI อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ธีม Power Bottleneck ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานยัง被视为โอกาสเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจ

นอกจากนี้ กลุ่ม Healthcare ยังคงเป็น Defensive Growth ที่สำคัญภายในพอร์ตการลงทุน การปรับฐานของตลาดหุ้นจีนอาจเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานดี ในขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำยังมีบทบาทช่วยกระจายความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังอยู่ในระดับสูง

แนวโน้มราคาทองคำในสถานการณ์โลกผันผวน

ทองคำยัง被视为สินทรัพย์ปลอดภัยที่น่าลงทุนท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยเว็บไซต์ฮั่วเซ่งเฮงได้วิเคราะห์ว่าราคาทองคำโลกในสัปดาห์นี้คาดว่าในทางเทคนิคได้เริ่มเข้าสู่ระยะปรับฐานลงในภาพใหญ่ หลังจากทองคำได้ price In รับรู้เรื่องราคาพลังงานที่อาจมีผลต่อเงินเฟ้อ การแข็งค่าของดัชนีเงินดอลลาร์หรือ DXY และการประชุมเฟดไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ซึ่งอาจเป็นการสะท้อนถึงภาวะ "ปรับตัวลงต่อเนื่องและรอการสร้างฐาน" โดยปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้ทองคำปรับตัวลงทดสอบแนวรับสำคัญที่ 4,200 – 4,070 ดอลลาร์ ตามบริเวณเส้น 1.272 ของ Fibonacci หากราคาทองคำทะลุแนวรับดังกล่าวลงไป อาจทำให้ราคาทองคำทำ New Low ต่อเนื่องและทดสอบแนวรับบริเวณ 3,900 ดอลลาร์ตามเส้นที่ 1.414 ของ Fibonacci

อย่างไรก็ตาม หากทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับดังกล่าวได้ อาจส่งผลให้ทองคำปรับตัวขึ้นระยะสั้นทดสอบแนวต้านที่ 4,570 – 4,670 ดอลลาร์ ตามบริเวณเส้นที่ 0.786 ของ Fibonacci ตามลำดับ และหากทองคำสามารถทะลุแนวต้านดังกล่าว อาจทำให้ราคาทองคำทำทดสอบแนวต้านถัดไปที่ 4,860 ดอลลาร์ ตามบริเวณเส้น 0.618 ของ Fibonacci ได้เช่นกัน