เฟดคงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง สงครามตะวันออกกลางซ้ำเติมความเสี่ยงเงินเฟ้อ
เฟดคงดอกเบี้ย สงครามตะวันออกกลางเสี่ยงเงินเฟ้อ

เฟดคงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง สงครามตะวันออกกลางซ้ำเติมความเสี่ยงเงินเฟ้อ

ธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด ได้ประกาศมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.25–5.50% ในการประชุมล่าสุด โดยคณะกรรมการฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 11 ต่อ 1 เพื่อรักษาอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (federal funds rate) ในกรอบ 3.5 ถึง 3.75% ซึ่งเป็นระดับที่ส่งผลต่อต้นทุนการกู้ยืมในระบบการเงินและดอกเบี้ยสินเชื่อของภาคธุรกิจและครัวเรือนอย่างกว้างขวาง

ความไม่แน่นอนจากตะวันออกกลางคุกคามตลาดพลังงาน

ในแถลงการณ์ เฟดระบุว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง และกำลังส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นและกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ เฟดเน้นย้ำว่าจำเป็นต้องติดตามพัฒนาการของราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด เนื่องจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเริ่มทำให้ความคาดหวังเงินเฟ้อระยะสั้นเพิ่มสูงขึ้น

เศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่งแต่เปราะบางจากแรงกดดันเงินเฟ้อ

เฟดประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง แต่เผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงกว่าที่คาดไว้ ตลาดแรงงานมีทั้งส่วนที่จ้างงานชะลอลงและต้นทุนค่าจ้างที่ยังสูง ซึ่งเพิ่มความท้าทายต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แผนลดดอกเบี้ยล่าช้าและปรับประมาณการเศรษฐกิจ

แม้เฟดจะส่งสัญญาณว่ามีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต แต่ดูเหมือนว่าจะล่าช้ากว่าที่ตลาดเคยคาด โดยแผนภาพ Dot plot แสดงว่ากรรมการส่วนใหญ่มองว่าจะมีการลดดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ และอาจมีการลดเพิ่มเติมในปี 2027 ก่อนที่อัตราดอกเบี้ยระยะยาวจะทรงตัวใกล้ระดับ 3.1% พร้อมกันนี้ เฟดได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจ โดยคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัว 2.4% ในปีนี้ สูงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า ขณะที่ปี 2027 คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 2.3%

ผลกระทบต่อตลาดการเงินและอัตราแลกเปลี่ยน

ความไม่แน่นอนจากสงครามตะวันออกกลางและนโยบายดอกเบี้ยของเฟดส่งผลต่อตลาดการเงิน ดังเห็นจากอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารที่ 32.316 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 18 มีนาคม 2569 ซึ่งสะท้อนถึงความผันผวนในระบบเศรษฐกิจโลก