ศูนย์วิจัยกรุงไทยเตือนความขัดแย้งตะวันออกกลางกระทบช่องแคบฮอร์มุซ เสี่ยงเงินเฟ้อเร่งตัว
ทีมกลยุทธ์การลงทุนของศูนย์วิจัยกรุงไทยได้เผยแพร่การวิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนล่าสุด โดยชี้ให้เห็นว่า ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดการเงินโลก หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญในการขนส่งพลังงานของโลก ส่งผลให้การลำเลียงน้ำมันผ่านเส้นทางดังกล่าวหยุดชะงักลงเกือบทั้งหมด
ผลกระทบต่อราคาพลังงานและแรงกดดันเงินเฟ้อ
ในขณะเดียวกัน ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ที่ระบุว่ากองทัพยังไม่มีความพร้อมในการเข้าคุ้มกันเรือพาณิชย์ ยิ่งเพิ่มความกังวลต่อภาวะ Supply Disruption ในตลาดพลังงานโลก ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงกระทบตลาดน้ำมัน แต่ยังทยอยส่งต่อไปยังสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ โดยเฉพาะราคาอาหารที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจทำให้แรงกดดันเงินเฟ้อกลับมาเร่งตัวอีกครั้ง และส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจทั่วโลก
นอกจากนี้ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นยังเพิ่มแรงกดดันต่อภาคธุรกิจผ่านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นและห่วงโซ่อุปทานที่ตึงตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนในอนาคต
ปัจจัยที่ต้องติดตามในตลาดการเงินโลก
สำหรับตลาดการเงินโลกต้องติดตามการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักหลายแห่ง โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งตลาดจะจับตาทั้งผลการประชุม การปรับประมาณการเศรษฐกิจ และ Dot Plot เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในระยะต่อไป นอกจากเฟดประชุม ยังมีการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น ธนาคารกลางอังกฤษ และธนาคารกลางยุโรป ซึ่งจะสะท้อนมุมมองของธนาคารกลางหลักต่อเงินเฟ้อและทิศทางเศรษฐกิจโลก และอาจส่งผลต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยโลก ค่าเงิน และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังต้องติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่:
- ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ซึ่งสะท้อนความแข็งแกร่งของการบริโภค
- อัตราเงินเฟ้อยูโรโซน (CPI)
- ในเอเชีย ตลาดจะจับตาราคาบ้านของจีนและเงินเฟ้อญี่ปุ่น
กลยุทธ์การลงทุนที่แนะนำ
ด้วยความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น ศูนย์วิจัยกรุงไทยได้ปรับมุมมองเชิงกลยุทธ์ต่อการลงทุนในหุ้นระยะสั้นจาก Slightly Overweight ลงสู่ระดับ Neutral เพื่อสะท้อนความเสี่ยงจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น แม้ในระยะกลางตลาดหุ้นโลกยังมีปัจจัยสนับสนุนเชิงโครงสร้างอยู่ก็ตาม
ส่วนกลยุทธ์ลงทุน แนะให้:
- คงสัดส่วนการลงทุนเดิมและทยอยสะสมอย่างระมัดระวัง โดยใช้หลัก Margin of Safety ผ่านการแบ่งไม้ลงทุนเมื่อราคาปรับตัวลงประมาณ 5–10% เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้น
- ถือทองคำประมาณ 5–10% ของพอร์ต เพื่อใช้เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์



