กอบศักดิ์ ชี้ สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน กระทบตลาดทุน-ราคาน้ำมันพุ่ง ไทยต้องเตรียมพลังงานสำรอง
สงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน กระทบตลาดทุน-น้ำมันพุ่ง ไทยเตรียมตัว

กอบศักดิ์ เตือนสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน กระทบตลาดทุน-ราคาน้ำมันพุ่ง ไทยต้องเตรียมพลังงานสำรอง

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล นายกสมาคมเศรษฐศาสตร์แห่งประเทศไทย เปิดเผยในงานเสวนา "มุมมองนักเศรษฐศาสตร์ต่อทิศทางนโยบายภาครัฐใน 4 ปีข้างหน้า" ว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ยังไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจริงของไทยในขณะนี้ แต่ได้สร้างแรงกระแทกต่อตลาดทุนและราคาน้ำมันโลกอย่างรุนแรงแล้ว

ผลกระทบต่อตลาดทุนและค่าเงินบาท

จากการสู้รบดังกล่าว ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยร่วงลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในวันจันทร์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยเปิดร่วงประมาณ 61 จุด และล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ฯ ต้องหยุดการซื้อขายชั่วคราว เนื่องจากดัชนีหุ้นลดลงรุนแรงราว 117 จุด หรือติดลบประมาณ 8% ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลงที่ค่อนข้างมาก

นอกจากนี้ ยังส่งผลให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง โดยเฉพาะในตลาดทุนที่เป็นจุดแรกที่ได้รับผลกระทบ นายกอบศักดิ์ ชี้ว่า ประเทศอื่นๆ เช่น เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ก็เผชิญกับสถานการณ์คล้ายคลึงกัน เนื่องจากทั้งสามประเทศมีลักษณะร่วมกัน 2 ประการ คือ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • เป็นประเทศที่มีการปรับตัวของตลาดหุ้นที่ดี แต่ก็ปรับตัวรุนแรงเมื่อเผชิญกับวิกฤต
  • มีโครงสร้างการนำเข้าน้ำมันในสัดส่วนที่สูง ส่งผลให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นและเกิดการเทขายหุ้นอย่างหนัก

ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงและผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันและท่าเรือในอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกถูกกดดันให้ปรับตัวสูงขึ้น ปัจจุบันราคาน้ำมันอยู่ที่ระดับ 76 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล และคาดว่าจะยังคงอยู่ในทิศทางขาขึ้นต่อไป

ผลกระทบที่ตามมา ได้แก่:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เนื่องจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
  2. ความกังวลเรื่องการขนส่งน้ำมัน เนื่องจากเรือกว่า 100 ลำ หรือราว 10% ของเรือขนส่งทั่วโลก ไม่สามารถออกจากช่องแคบฮอร์มุสได้ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันดิบสำคัญ 20% ของโลก
  3. บริษัทประกันภัยไม่รับประกันความเสี่ยงสงครามในพื้นที่ดังกล่าว พร้อมคิดค่าประกันและค่าระวางเรือเพิ่มขึ้น ทำให้การขนส่งน้ำมันทำได้ยากขึ้น

แนวทางรับมือสำหรับประเทศไทย

นายกอบศักดิ์ ย้ำว่า รัฐบาลไทยต้องเตรียมการรับมืออย่างจริงจัง เพื่อรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากสงครามยืดเยื้อ โดยเน้นมาตรการสำคัญ ดังนี้:

  • เตรียมสำรองน้ำมันและพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์เซลล์และยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้า
  • สร้างความเชื่อมั่นให้ตลาดทุน ป้องกันดัชนีหุ้นดิ่งร่วงหนักกว่าเดิม
  • ลดการพึ่งพาสหรัฐอเมริกาที่มากเกินไป พร้อมเร่งหาตลาดใหม่และสร้างภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจ
  • เตรียมรับแรงกระแทกจากความขัดแย้งของมหาอำนาจ ด้วยการสำรองอาหารและยารักษาโรคในชุมชน

เขาชี้ว่า ปัญหาความขัดแย้งนี้ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้า แต่มีแนวโน้มขยายวงกว้างและอาจวนกลับมาส่งผลต่อเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น การเตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ไทยสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพในอนาคต