ธนาคารรัฐและพาณิชย์ขานรับนโยบาย กนง. ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ช่วยเหลือประชาชน
ในท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่เผชิญกับความท้าทายรอบด้านและปัจจัยเชิงโครงสร้าง ธนาคารกรุงไทยและธนาคารกรุงเทพ ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อสอดคล้องกับนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่มุ่งสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า
กรุงไทยลดดอกเบี้ยเงินกู้ มีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม
นางสาวศรัณยา เวชากุล ประธานผู้บริหาร Financial, Strategy & Resources Management ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า จากการที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ เนื่องจากเศรษฐกิจนอกระบบมีขนาดใหญ่และหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ซึ่งกระทบต่อขีดความสามารถทางการแข่งขันของภาคธุรกิจและการดำรงชีพของครัวเรือน ธนาคารจึงได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ดังนี้
- อัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ลดเหลือ 6.270% ต่อปี
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) สำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี ลดเหลือ 6.300% ต่อปี
- อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลดเหลือ 6.845% ต่อปี
การปรับลดนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้ ลดค่าใช้จ่ายทางการเงินให้แก่ลูกค้าประชาชน โดยเฉพาะครัวเรือนกลุ่มเปราะบางและผู้ประกอบการ SME รวมถึงประคองการจ้างงานในภาคธุรกิจ
กรุงเทพประกาศลดดอกเบี้ย มีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์
ด้านนายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้
- อัตราดอกเบี้ยเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ลดเหลือ 6.35% ต่อปี
- อัตราดอกเบี้ยเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดเหลือ 6.50% ต่อปี
- อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (MRR) ลดเหลือ 6.50% ต่อปี
การปรับลดครั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของ กนง. ที่ต้องการสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ภายใต้เศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัวและมีความเสี่ยงมากขึ้น รวมถึงสนับสนุนประสิทธิผลของมาตรการทางการเงินและนโยบายของภาครัฐ
สอดคล้องกับนโยบาย กนง. ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ
มาตรการลดดอกเบี้ยเงินกู้ของธนาคารทั้งสองแห่งนี้ เป็นการขานรับนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เหลือ 1% ต่อปี มีผลทันที เพื่อช่วยบรรเทาภาระหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
การลดดอกเบี้ยเงินกู้ครั้งนี้คาดว่าจะช่วยลดค่าใช้จ่ายทางการเงินให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ ส่งเสริมการบริโภคและการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป



