ธปท.ห่วงหนี้เอสเอ็มอี-ครัวเรือนสะดุด ธุรกิจวิ่งวุ่นหาเงินทุนรับผลกระทบสงคราม
ธปท.ห่วงหนี้เอสเอ็มอี-ครัวเรือนสะดุด ธุรกิจวิ่งวุ่นหาเงินทุน

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงความกังวลต่อผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง และอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ในระยะต่อไป แม้ว่าสินเชื่อรวมของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสแรกของปี 2569 จะกลับมาขยายตัวได้เล็กน้อย โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น

ภาพรวมสินเชื่อไตรมาสแรก

นายสมชาย เลิศลาภวศิน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า สินเชื่อรวมของระบบธนาคารพาณิชย์รวมบริษัทในเครือขยายตัว 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น 2.7% ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อรองรับต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้นจากภาวะสงคราม โดยการปล่อยสินเชื่อหมุนเวียนคิดเป็นสัดส่วนถึง 80% ของสินเชื่อที่ปล่อยใหม่ในไตรมาสนี้

ในทางตรงกันข้าม สินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัวลงถึง 4% ขณะที่สินเชื่ออุปโภคบริโภคลดลง 0.7% สะท้อนถึงความเปราะบางของภาคธุรกิจขนาดเล็กและครัวเรือน หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในไตรมาส 4 ปี 2568 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 86.7% จากปัจจัยชั่วคราว เช่น การเร่งใช้จ่ายบัตรเครดิตและการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในช่วงปลายปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

หนี้เสียทรงตัว แต่ต้องจับตา

คุณภาพสินเชื่อหรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในไตรมาส 1 ปี 2569 ทรงตัวที่ 535,800 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 2.85% ของสินเชื่อรวม ขณะที่สินเชื่อ Stage 2 ซึ่งเป็นสินเชื่อที่ผิดนัดชำระหนี้ 1-3 เดือน ปรับลดลงมาอยู่ที่ 7.0% เนื่องจากลูกหนี้บางส่วนได้รับการปรับปรุงโครงสร้างหนี้และกลับมาชำระหนี้ได้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายสมชายกล่าวเพิ่มเติมว่า ธปท.ยังคงติดตามหนี้เสียอย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารพาณิชย์ได้ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ในเชิงป้องกัน (pre-emptive) ตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณปัญหา ทำให้สถานะลูกหนี้ไม่กลายเป็นหนี้เสีย อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาภาวะค่าครองชีพที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งจะเห็นผลชัดเจนในไตรมาส 2 และอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้

ผลประกอบการธนาคารพาณิชย์

นายสุโชติ เปี่ยมชล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายตรวจสอบแบบจำลองและวิเคราะห์ความเสี่ยงสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวถึงผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาสแรกว่า กำไรสุทธิของระบบลดลง 7.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง ตามการปรับลดอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับนโยบายการเงินและการช่วยเหลือลูกหนี้ตามมาตรการ "คุณสู้ เราช่วย" นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์บางแห่งยังกันสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงคราม

ความคืบหน้าธนาคารไร้สาขา

นายสมชายกล่าวถึงความคืบหน้าของธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) ว่า หลังจากมี 1 ธนาคารที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง คาดว่าจะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนอีก 2 แห่งได้ทำหนังสือขอผ่อนผันระยะเวลาเปิดดำเนินการต่อ ธปท. เนื่องจากต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ โดยคาดว่า 1 รายจะเปิดได้ในปีนี้ และอีก 1 รายจะเปิดได้ในปี 2570