ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พุ่งสูงสุดในรอบ 9 เดือน แตะระดับ 53.7
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 มาอยู่ที่ระดับ 53.7 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2568 โดยการสำรวจนี้ยังไม่รวมผลกระทบจากสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน
ปัจจัยบวกที่ส่งผลต่อการฟื้นตัวของดัชนี
การปรับตัวดีขึ้นของดัชนีมีปัจจัยบวกหลายประการ ได้แก่ การประกาศตัวเลข GDP ไทยปี 2568 ที่ขยายตัว 2.4% สูงกว่าที่คาดไว้ พร้อมกับการปรับเป้าหมายแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เป็น 2% นอกจากนี้ นโยบายและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ที่ชัดเจนขึ้น รวมถึงเสถียรภาพทางการเมืองที่เริ่มดีขึ้น ก็มีส่วนสำคัญ
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.25% เป็น 1% ต่อปี เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และครัวเรือน อีกทั้งช่วยควบคุมการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
สถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชายุติลงตั้งแต่ปลายปี 2568 จนถึงปัจจุบัน การส่งออกของไทยในเดือนมกราคม 2569 เพิ่มขึ้น 24.44% มีมูลค่า 31,573.06 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และ SET Index ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 202.64 จุด ล้วนเป็นปัจจัยที่หนุนความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้ดีขึ้น
ความเชื่อมั่นในปัจจุบันและอนาคต
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจในปัจจุบันปรับตัวขึ้นจากระดับ 32.9 ในเดือนก่อนมาอยู่ที่ 34.0 ขณะที่ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคต (ใน 6 เดือนข้างหน้า) ของเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ก็ปรับตัวดีขึ้นจาก 59.9 อยู่ที่ระดับ 60.6
อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีจะปรับตัวดีขึ้น แต่ทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติที่ระดับ 100 ซึ่งสะท้อนว่า ผู้บริโภคยังขาดความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม และส่วนใหญ่รู้สึกว่าเศรษฐกิจในปัจจุบันมีภาวะที่แย่ รวมถึงมองว่าเศรษฐกิจในอนาคตยังฟื้นตัวไม่ดีขึ้นมากนัก
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สถานการณ์สงครามที่ยืดเยื้อในต่างประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาน้ำมันและพลังงานโลกให้ปรับตัวสูงขึ้น สถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคงมีอยู่ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ผู้บริโภคที่รู้สึกว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า ปัญหาค่าครองชีพสูง และรายได้ที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ
นอกจากนี้ ราคาผลผลิตภาคการเกษตรในบางรายการอยู่ในระดับต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่มากนัก
แนวโน้มและข้อเสนอแนะ
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจคาดการณ์ว่าในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ผู้บริโภคจะยังระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอย เพื่อรอดูความชัดเจนของนโยบายและเสถียรภาพของรัฐบาลใหม่ รวมถึงทิศทางของสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ
ภาคเอกชนเสนอแนะให้ภาครัฐมีแนวทางรับมือกับวิกฤตความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณและราคาพลังงานโลก จัดทำแนวทางแก้ไขความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ เร่งสนับสนุน SMEs แก้ปัญหาหนี้สิน ช่วยจัดการสินค้าเกษตร และดูแลราคาสินค้าเกษตร
รวมถึงควรออกมาตรการสกัดกั้นสินค้าด้อยคุณภาพ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบมาตรฐานและบังคับใช้ภาษี เพื่อสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขัน และรักษาเสถียรภาพของค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมต่อการส่งออกและภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน



