น้ำมันแพงทุบกำลังซื้อ! ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลปี 69 เสี่ยงหดตัวสูง 4.2%
สถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากสงครามที่ยืดเยื้อกำลังส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนอย่างหนัก ส่งสัญญาณให้ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลในปี 2569 อาจหดตัวติดลบสูงถึง 3.4-4.2% ตามการคาดการณ์จากกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ ซึ่งเป็นการติดลบหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2567
เศรษฐกิจซบเซา คนกู้น้อยลง สวนทางความเชื่อเดิม
อธิป ศิลป์พจีการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลแบรนด์กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ เปิดเผยว่า ตลาดสินเชื่อส่วนบุคคลมีแนวโน้มติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยในเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ติดลบไปแล้ว 2% จากผลกระทบของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น
"ทุกคนมักคิดว่าเศรษฐกิจไม่ดีคนจะกู้มากขึ้น แต่ในความเป็นจริง เศรษฐกิจไม่ดีคนกู้น้อยลง เพราะคนที่อยู่ในระบบแล้วมีทางเลือกและความรู้ทางการเงินมากขึ้น เมื่อมองว่าอนาคตรายได้ไม่แน่นอน ก็จะเริ่มควบคุมค่าใช้จ่าย ทำให้ความถี่ในการใช้สินเชื่อลดลง" อธิป กล่าว พร้อมชี้ให้เห็นเทรนด์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่ลูกค้าพยายามจ่ายคืนหนี้มากขึ้น
ยอดอนุมัติบัตรใหม่ลดฮวบ หวั่นคนหันไปพึ่งหนี้นอกระบบ
บริษัทฯ ยังเน้นการให้สินเชื่ออย่างระมัดระวังมากขึ้น โดยปัจจุบันอัตราการอนุมัติบัตร (Approval Rate) ลดลงมาอยู่ที่ 34-35% จากเดิม 38% เนื่องจากประวัติทางการเงินของผู้ยื่นคำขอแย่ลง ประกอบกับเกณฑ์ที่รัดกุมของทางการ ทั้งเรื่อง DSR และการจำกัดจำนวนผู้ให้บริการสินเชื่อต่อผู้กู้หนึ่งราย
นอกจากนี้ หนี้เสีย (NPL) สินเชื่อส่วนบุคคลที่ปรับลดลงกลับเป็นสัญญาณที่ไม่ดี เพราะมาจากสินเชื่อคงค้างที่ลดลง สะท้อนว่าการปล่อยกู้น้อยลง คนใช้สินเชื่อน้อยลง ทำให้เกิดความกังวลว่าคนอาจหันไปใช้สินเชื่อนอกระบบมากขึ้น
จับตาไตรมาส 2/69 เป็นจุดสำคัญของพฤติกรรมผู้บริโภค
หากสถานการณ์สงครามยังยืดเยื้อจนทำให้ราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า และค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกระทบต่อกลุ่มลูกค้า Mass โดยตรง อาจเห็นการใช้จ่ายที่ชะลอลงอย่างชัดเจนในไตรมาส 2 ปีนี้ ซึ่งจะเป็นจุดสำคัญที่ต้องจับตาว่าผู้บริโภคจะเปลี่ยนพฤติกรรมไปแค่ไหน
หากผู้บริโภครัดเข็มขัดมากขึ้น สินเชื่อส่วนบุคคลอาจติดลบหนักขึ้นอีก และสถานการณ์ของลูกหนี้ที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบอาจหันไปพึ่งหนี้นอกระบบมากขึ้นอย่างน่าวิตก
เป้าหมายปี 2569: ขยายฐานลูกค้าใหม่ 200,000 บัญชี
แม้จะเผชิญกับความท้าทาย แต่กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ยังตั้งเป้าหมายในปี 2569 ว่าจะมีจำนวนบัญชีลูกค้าใหม่ของทุกผลิตภัณฑ์ 200,000 บัญชี เติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา (YoY) และมียอดสินเชื่อใหม่เติบโต 5%YoY
กลยุทธ์สำคัญคือการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มคนรุ่นใหม่และ First Jobber รวมถึงการขยายฟีเจอร์ให้ลูกค้าใช้บริการแบบดิจิทัลมากขึ้น เช่น บัตรกดเงินสดที่สามารถโอนและใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ได้สะดวก เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน
ร่วมมือ ธปท. เพิ่มการเข้าถึงสินเชื่อ แต่ต้องปรับเกณฑ์รายได้
สำหรับกลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน ทางบริษัทฯ พร้อมให้ความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่อง Your Data หรือการใช้ข้อมูลทางเลือกในการพิจารณาสินเชื่อเพื่อให้คนเข้าถึงระบบได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม อธิป มองว่าทางการอาจต้องปรับแก้กฎเกณฑ์การตีความคำว่า "รายได้" ให้กว้างขึ้นกว่าเอกสารทางการเงินแบบเดิม เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ หลังจากนี้ยังต้องติดตามว่าภาครัฐจะมีมาตรการสนับสนุนการใช้จ่ายของประชาชนออกมาเพิ่มเติมหรือไม่ เนื่องจากมาตรการรัฐอย่าง "ช้อปดีมีคืน" ที่ขาดหายไปตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้กลุ่มที่มีกำลังซื้อเริ่มชะลอการตัดสินใจใช้จ่ายออกไปอย่างเห็นได้ชัด



