สงกรานต์ปี 69 คนไทยเกือบครึ่ง เตรียมดึงเงินออมสู้ค่าครองชีพพุ่ง!
ผลสำรวจสวนดุสิตโพลที่เผยแพร่โดยกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ช่วงวันที่ 31 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 ในหัวข้อ “สงกรานต์ 2569 กับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ” เปิดเผยสัญญาณน่ากังวลว่า ประชาชนไทยเกือบครึ่งเตรียมนำเงินออมออกมาใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ หลังเผชิญวิกฤตราคาพลังงานและค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ผลสำรวจชี้ชัดถึงภาระทางการเงินที่หนักหน่วง
จากการสำรวจพบว่า ประชาชนถึง 61.32% กังวลเรื่องราคาสินค้าจำเป็นที่แพงขึ้นจนเริ่มรับไม่ไหว ขณะที่ 46.70% ระบุว่าเดือดร้อนมากจากวิกฤตราคาน้ำมันที่ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยประชาชนส่วนใหญ่ 51.42% เลือกงดกิจกรรมรื่นเริงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ 47.41% ของผู้ตอบแบบสอบถามเตรียมนำ “เงินสะสมหรือเงินออม” ออกมาใช้จ่าย โดยคาดการณ์ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 8,935.74 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งถือเป็นการดึงเงินสำรองในอนาคตออกมาใช้ในภาวะจำยอม สะท้อนถึงความกดดันทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นในสังคมไทย
กอช. เตือนภัยและเชิญชวนเร่งสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน
กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เล็งเห็นว่าการนำเงินออมออกมาใช้จ่ายในช่วงวิกฤตค่าครองชีพ อาจส่งผลเสียต่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว จึงได้ออกมาเชิญชวนกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ให้เริ่มต้นการออมอย่างเป็นระบบ
- กลุ่มเป้าหมาย: แรงงานนอกระบบ พ่อค้าแม่ค้า อาชีพอิสระ และนักเรียนนักศึกษา อายุ 15-60 ปี
- ข้อเสนอ: เริ่มต้นออมเพียง 50 บาทต่อครั้ง สูงสุด 30,000 บาทต่อปี โดยไม่ต้องออมเท่ากันทุกเดือน
- สิทธิประโยชน์: รัฐบาลสมทบเงินเพิ่มให้สูงสุด 100% ตามช่วงอายุ ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี เงินออมสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนสูงสุด 30,000 บาทต่อปี และเมื่ออายุครบ 60 ปี จะได้รับเงินบำนาญรายเดือนตลอดชีพ
กอช. ย้ำว่า วิกฤตค่าครองชีพในช่วงสงกรานต์ปีนี้ คือสัญญาณเตือนให้เร่งสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน การเริ่มต้นออมในวันนี้คือการทำสัญญากับตัวเองว่าจะมีอนาคตที่อุ่นใจ แม้ในยามเศรษฐกิจผันผวน
ผลกระทบและแนวทางแก้ไขในระยะยาว
สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาล แต่ยังอาจบั่นทอนความสามารถในการออมและวางแผนทางการเงินในอนาคตของครัวเรือนไทย กอช. จึงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการออมอย่างเป็นระบบเพื่อคืนความมั่งคั่งให้ตนเอง ลดภาระลูกหลาน และสร้างคุณภาพชีวิตที่มั่นคงในระยะยาว
ในขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญกับความผันผวนจากปัจจัยต่างๆ ทั้งราคาพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้น การมีแผนการออมที่ยืดหยุ่นและได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลอาจเป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยบรรเทาปัญหาและเสริมสร้างความมั่นคงให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ



