ทีทีบี รายงานกำไรสุทธิ 5,170 ล้านบาท ไตรมาส 1 ปี 2569 สินทรัพย์มีเสถียรภาพ
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี และบริษัทย่อย เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,170 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับกำไรในไตรมาสที่แล้วและช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาผลประกอบการได้อย่างมั่นคงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย
คุณภาพสินทรัพย์และหนี้เสียอยู่ในระดับควบคุมได้
ด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารสามารถควบคุมหนี้เสียให้อยู่ที่ระดับประมาณ 39,000 ล้านบาท อย่างต่อเนื่องตลอด 6 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยในไตรมาสนี้ สินเชื่อด้อยคุณภาพลดลงราว 1% จากไตรมาสก่อน และอัตราส่วนหนี้เสียอยู่ที่ 2.9% ซึ่งยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายของทั้งปีที่ไม่เกิน 3.2%
อย่างไรก็ดี เพื่อป้องกันผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่เพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทีทีบีได้ยกระดับการตั้งสำรอง Management Overlay เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองรวมเพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน หนุนให้อัตราส่วนสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 154% ยังคงอยู่ในระดับสูงเพื่อรองรับความเสี่ยง
กลยุทธ์การเติบโตและการสนับสนุนลูกค้า
นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี ระบุว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ปี 2569 เป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยธนาคารมุ่งเน้นการป้องกันความเสี่ยง การบริหารผลตอบแทนผู้ถือหุ้น และการดูแลลูกค้าทุกกลุ่ม
ในส่วนของผู้ถือหุ้น ธนาคารเตรียมขยายโครงการซื้อหุ้นคืน โดยขออนุมัติเพิ่มเพดานวงเงินเป็น 35,000 ล้านบาท และขยายระยะเวลาเป็น 4 ปี (ปี 2568-2571) เพื่อเพิ่มมูลค่าในระยะยาว
สำหรับลูกค้า ทีทีบีได้เปิดตัวโครงการ “ผ่อนดี ได้ดี” ซึ่งเป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่นำกลไก Risk-based Pricing มาใช้ในการคิดดอกเบี้ย เพื่อให้ลูกค้าที่มีวินัยทางการเงินได้รับอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมมากขึ้น พร้อมสานต่อโครงการอื่นๆ เช่น “ผ่อนดี มีรางวัล” และ “รวบหนี้” ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยให้ลูกค้าได้กว่า 2,990 ล้านบาท
ผลประกอบการรายละเอียดและแนวโน้มข้างหน้า
ในไตรมาส 1 ปี 2569 สินเชื่อของทีทีบีอยู่ที่ 1,178 พันล้านบาท ลดลง 2.2% จากไตรมาส 4 ปี 2568 เนื่องจากการชำระคืนหนี้ตามกำหนดของลูกค้า ในขณะที่เงินฝากอยู่ที่ 1,256 พันล้านบาท ลดลง 1.1% แต่เงินฝากเชิงกลยุทธ์สำหรับลูกค้ารายย่อยยังคงขยายตัวได้ดี
รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 16,732 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% โดยรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 10.2% จากรายได้การลงทุนและค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 1.5% ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้อยู่ที่ 45% เป็นไปตามเป้าหมาย
สำหรับไตรมาสที่เหลือของปี ทีทีบีจะยังคงดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ มุ่งสร้างการเติบโตผ่าน 6 Ecosystem และธุรกิจใหม่ในกลุ่มลูกค้า Wealth รวมถึงสนับสนุนแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทยในการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ



