กอช. แนะสูตรออม 50-30-20 สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน รับมือวิกฤตความเปราะบาง
กอช. เปิดสูตรออม 50-30-20 กู้วิกฤตความเปราะบางทางการเงิน

กอช. เปิดสูตรออม 50-30-20 ช่วยคนไทยกู้วิกฤตความเปราะบางทางการเงิน หลังพบสถิติน่าวิตก

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ได้เปิดเผยสูตรการออมแบบ 50-30-20 เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการรับมือกับวิกฤตความเปราะบางทางการเงิน ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสำคัญในสังคมไทย หลังข้อมูลจากสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในหัวข้อ "คนไทยกับการรับมือปัญหาเศรษฐกิจ" ชี้ให้เห็นสถิติที่น่ากังวลอย่างมาก

สถิติความเปราะบางทางการเงินของคนไทยที่น่าวิตก

จากการสำรวจพบว่า คนไทยถึง 48.32% มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 1 เดือน ในขณะที่ 35.24% มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียง 1-3 เดือนเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าคนไทยรวมกันกว่า 83.56% กำลังเผชิญกับความเสี่ยงด้านการเงินอย่างรุนแรง หากต้องหยุดงานกะทันหันหรือมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดขึ้นมา อาจนำไปสู่การก่อหนี้นอกระบบและกลายเป็นภาระต่อลูกหลานในอนาคต

นายยรรยง ราชานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการกองทุนการออมแห่งชาติ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า ความเปราะบางทางการเงินนี้เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่อาจระเบิดขึ้นได้ทุกเมื่อ กอช. จึงได้ให้คำแนะนำประชาชนให้ปรับพฤติกรรมการจัดการเงิน โดยใช้สูตร "50-30-20" เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินที่แข็งแกร่ง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

รายละเอียดของสูตรออม 50-30-20 จากกอช.

สูตรการออม 50-30-20 นี้ประกอบด้วยการแบ่งรายได้ออกเป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • 50% สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง
  • 30% สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวหรือสิ่งที่ต้องการ เช่น การท่องเที่ยว การซื้อของฟุ่มเฟือย
  • 20% สำหรับการออมและการลงทุน เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว

เป้าหมายแรกที่สำคัญที่สุดคือการสะสมเงินสำรองฉุกเฉินให้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย 3-6 เดือน ควบคู่ไปกับการออมเพื่อวัยเกษียณตั้งแต่วันที่ยังมีกำลัง เพื่อใช้พลังของดอกเบี้ยทบต้นสร้างผลตอบแทนในระยะยาว

สิทธิประโยชน์และกลุ่มเป้าหมายของกองทุนการออมแห่งชาติ

กอช. เป็นกองทุนการออมที่ออกแบบมาสำหรับกลุ่มอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้าแม่ค้า ฟรีแลนซ์ นักเรียน และนักศึกษา ที่มีอายุระหว่าง 15-60 ปี และไม่มีสวัสดิการบำนาญจากรัฐ โดยมีสิทธิประโยชน์ที่น่าสนใจหลายประการ

  1. ออมยืดหยุ่น: สามารถเริ่มต้นออมได้ขั้นต่ำ 50 บาทต่อครั้ง สูงสุด 30,000 บาทต่อปี ไม่จำเป็นต้องออมเท่ากันทุกเดือน
  2. รัฐช่วยออม: รัฐบาลจะสมทบเงินให้สูงสุด 100% ตามช่วงอายุ แต่ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี
  3. ลดหย่อนภาษี: สามารถนำเงินออมไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนสูงสุด 30,000 บาทต่อปี
  4. บำนาญตลอดชีพ: เมื่ออายุครบ 60 ปี จะได้รับเงินบำนาญรายเดือนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในวัยเกษียณ

การส่งเสริมการออมผ่านสูตร 50-30-20 และกองทุนการออมแห่งชาตินี้ เป็นความพยายามสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเปราะบางทางการเงินของคนไทย ซึ่งหากไม่ได้รับการจัดการอย่างเร่งด่วน อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมในอนาคต