4 แบงก์รัฐปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ ลดภาระราคาน้ำมัน-ค่าไฟ ส่งเสริมพลังงานสะอาด
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเร่งพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เดินหน้ายกระดับประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ควบคู่เสริมความมั่นคงและความยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นและแนวโน้มค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยได้ออกมาตรการสนับสนุนอย่างเป็นระบบผ่านสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและผู้ประกอบการปรับเปลี่ยนสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน ลดภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
รายละเอียดสินเชื่อจาก 4 สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ
มาตรการนี้มีเป้าหมายครอบคลุมครัวเรือน เกษตรกร และผู้ประกอบการ SMEs เพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจสีเขียว โดยมีสถาบันการเงิน 4 แห่งร่วมกันออกสินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษ ดังนี้
- ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ออก 3 แพ็กเกจสินเชื่อ "บ้านอยู่เย็นเป็นสุข" สำหรับซื้อ สร้าง หรือปรับปรุงบ้านประหยัดพลังงาน พร้อมติดตั้งพลังงานทดแทน อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 2.20% ต่อปี รวมถึงสินเชื่อบ้านเบอร์ 5 ดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก 2.69% และสินเชื่อโซลาร์รูฟ วงเงินสูงสุด 300,000 บาท ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก 3.90% โดยไม่ต้องจดจำนองเพิ่ม
- ธนาคารออมสิน ออกสินเชื่อสีเขียวครอบคลุมบ้าน รถ และธุรกิจ อาทิ GSB Green Home Loan กู้ได้สูงสุด 110% ผ่อนชำระนาน 40 ปี รวมถึงสินเชื่อ GSB Go Green สำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ ซื้อรถ EV หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 และสินเชื่อเพื่อ SME ดอกเบี้ยเริ่มต้น MLR -0.25%
- ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนเกษตรกรสู่ BCG Model ผ่านสินเชื่อเครื่องจักรกล ผ่อนชำระสูงสุด 10 ปี และสินเชื่อ BCG ที่มีเงื่อนไขผ่อนปรน ชำระคืนได้สูงสุด 15 ปี พร้อมเงินทุนหมุนเวียน 12–18 เดือน
- SME D Bank สนับสนุนผู้ประกอบการปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว ผ่านสินเชื่อ SMEs Green Productivity วงเงินสูงสุด 30 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3% ผ่อนชำระนาน 10 ปี และปลอดชำระเงินต้น 12 เดือนแรก
นางสาวรัชดา กล่าวเสริมว่า "มาตรการสินเชื่อจากทั้ง 4 แบงก์รัฐช่วยลดภาระในช่วงที่ราคาพลังงานผันผวน เสริมความมั่นคงทางพลังงาน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืน" โดยมาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายภาครัฐที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเทคโนโลยีประหยัดพลังงาน เพื่อสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจในระยะยาว
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาด้านพลังงานอย่างเป็นระบบ โดยใช้กลไกทางการเงินเพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในภาคครัวเรือนและธุรกิจ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลและเพิ่มการใช้พลังงานทดแทนในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ



