ทีทีบีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้อ่อนค่า 31.70-32.60 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางความตึงเครียดตะวันออกกลาง
ทีทีบีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้อ่อนค่า 31.70-32.60 บาทต่อดอลลาร์

ทีทีบีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้อ่อนค่าในกรอบ 31.70-32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศของทีทีบีได้รายงานสถานการณ์ค่าเงินบาทประจำสัปดาห์ โดยระบุว่าเงินบาทเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ล่าสุดอ่อนค่าลงอยู่ที่ประมาณ 31.76 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์ว่าจะแกว่งตัวในกรอบ 31.70–32.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ตลอดสัปดาห์นี้ สอดคล้องกับดัชนีเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าทะลุจุดสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อค่าเงินบาท

ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันค่าเงินบาท รวมถึงราคาทองคำที่เริ่มมีสัญญาณพักฐานช่วงปลายสัปดาห์ ขณะเดียวกัน รายงานข่าวเกี่ยวกับการเจรจาและปฏิเสธของอิหร่านต่อการเปิดเจรจา ส่งผลให้ความผันผวนในตลาดการเงินยังคงสูง ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านและการตอบโต้ทางทหารยังดำเนินต่อเนื่องและมีแนวโน้มขยายวงกว้าง

ด้านความมั่นคงทางทะเล ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการรับประกันความเสี่ยงและการคุ้มครองเรือที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเตรียมกำลังทัพเรือเพื่อคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน หลังเหตุการณ์ทำให้การขนส่งทางน้ำหยุดชะงักในหลายเส้นทาง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

มาตรการเศรษฐกิจสหรัฐฯ และตัวเลขการจ้างงาน

ด้านมาตรการเศรษฐกิจสหรัฐฯ นายสกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่าอัตราภาษีนำเข้าจะปรับขึ้นจาก 10% เป็น 15% ในเร็ววันนี้ และคาดว่าจะกลับสู่ระดับเดิมภายในเดือนสิงหาคม ก่อนที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยประเด็นยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของประธานาธิบดีทรัมป์

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุด การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกุมภาพันธ์ของสหรัฐฯ ลดลง 92,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าประมาณการซึ่งอยู่ที่ 58,000 ตำแหน่งอย่างมีนัยสำคัญ โดยตัวเลขเดือนมกราคมยังถูกปรับลดลงด้วย สาเหตุสำคัญบางส่วนมาจากปัจจัยชั่วคราว เช่น การประท้วงของบุคลากรทางการแพทย์และการลดกำลังคนในภาครัฐ

มุมมองจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาและผลกระทบต่อตลาด

ด้านกลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่าเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.85-32.60 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดที่ 31.92 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 3 เดือน หลังซื้อขายในกรอบ 31.13-31.92 บาท/ดอลลาร์

ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ ท่ามกลางความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นในตะวันออกกลาง ขณะที่ระยะเวลาของความขัดแย้งและขนาดของผลกระทบต่ออุปทานพลังงานโลกมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ตลาดกังวลว่าหากความขัดแย้งยืดเยื้อ ความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ ข้อมูลภาคบริการสหรัฐฯออกมาแข็งแกร่งรวมถึงความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อจากสงครามทำให้นักลงทุนปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) แม้เฟดให้ความเห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปผลกระทบของความขัดแย้งต่อเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ดอลลาร์ลดช่วงบวกท้ายสัปดาห์หลังตัวเลขจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์ออกมาย่ำแย่เกินคาด

การไหลออกของเงินทุนและภาพรวมตลาด

ทั้งนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทย 13,471 ล้านบาท และ 18,774 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซนับเป็นเหตุการณ์ Black Swan ในโลกพลังงาน ตลาดจะผันผวนตามพาดหัวข่าวต่างๆเพื่อประเมินระดับความรุนแรงของความขัดแย้งและดูว่ามีการเกี่ยวข้องของประเทศตะวันตกรวมถึง NATO ในระดับใด

หากสถานการณ์การสู้รบยืดเยื้อ ค่าเงินดอลลาร์จะได้แรงหนุนต่อเนื่องขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯสามารถรับมือกับราคาพลังงานที่สูงขึ้นได้ดีกว่าหลายประเทศ เมื่อปี 65 ดอลลาร์พุ่งขึ้นจาก Shock ด้านพลังงานหลังการรุกรานยูเครนของรัสเซียซึ่งเร่งให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยจากระดับต่ำมาก แตกต่างจากปัจจุบันซึ่งดอกเบี้ยอยู่ในระดับค่อนข้างตึงตัว ทำให้เฟดไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ยทันทีในรอบนี้ ภาวะดังกล่าวอาจช่วยลดแรงกดดันด้านการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ได้บ้าง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและแนวโน้มเงินเฟ้อ

ทั้งนี้การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบทุก 10 ดอลลาร์จะกระทบดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย 0.9% ต่อจีดีพี สะท้อนความอ่อนไหวของค่าเงินบาทต่อการหยุดชะงักของการจัดหาพลังงานทั่วโลก ทั้งนี้ ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนกุมภาพันธ์ ลดลง 0.88% y-o-y ขณะที่ก.พาณิชย์ระบุว่าเงินเฟ้ออาจเริ่มสูงขึ้นในเดือนมี.ค.ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลางและประเมินว่าหากราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ราว 80-120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เงินเฟ้ออาจเร่งตัวสู่ระดับ 1-3% ในปีนี้