เงินบาทเปิดเช้าอ่อนค่าที่ 31.64 บาท/ดอลลาร์ กระทบจากความกังวลสงครามตะวันออกกลาง
ค่าเงินบาทเปิดตลาดในวันนี้ที่ระดับ 31.64 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแสดงถึงการอ่อนค่าลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับราคาปิดของวันที่ 2 มีนาคม ที่ระดับ 31.45 บาทต่อดอลลาร์ โดยนักวิเคราะห์จากธนาคารกรุงไทยชี้ว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความไม่แน่นอนจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่อาจทวีความรุนแรงและลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค
ปัจจัยกดดันจากราคาพลังงานและเงินเฟ้อ
ความกังวลหลักที่ส่งผลต่อค่าเงินบาทคือ ความเสี่ยงที่ราคาพลังงานโลกอาจปรับตัวสูงขึ้นและอยู่ในระดับสูงได้นาน เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อการขนส่งและการเดินเรือ ซึ่งอาจหนุนให้เงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้นและกระทบต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ โดยเฉพาะเฟดของสหรัฐอเมริกา
ตลาดการเงินได้ปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด โดยปัจจุบันมองว่ามีโอกาสราว 80% ที่จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ลดลงจากเดิมที่เคยคาดการณ์ไว้ที่ 3 ครั้ง ส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นและบอนด์ยีลด์ 10 ปีของสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นทดสอบโซน 4.10% ก่อนจะย่อตัวลงสู่ระดับ 4.05%
การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและทองคำ
ในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) เนื่องจากความกังวลต่อนโยบายการเงินของเฟดหากเงินเฟ้อเร่งตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยเข้าซื้อหุ้นที่ปรับตัวลงแรง โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี ช่วยให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ รีบาวด์ขึ้นบ้าง โดยดัชนี S&P500 ปิดตลาดลดลง 0.94% และดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 1.02%
สำหรับราคาทองคำ (XAUUSD) ได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และปรับตัวลงแรงในช่วงบ่ายของวันก่อนหน้า แต่สามารถรีบาวด์สูงขึ้นและทรงตัวเหนือโซน 5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในระยะสั้น
แนวโน้มและกลยุทธ์สำหรับค่าเงินบาท
นักกลยุทธ์จากธนาคารกรุงไทยประเมินว่า เงินบาทยังมีความเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลงต่อ เนื่องจากแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อ และหากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด จะยิ่งทำให้ตลาดปรับลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดเพิ่มเติม หนุนให้เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าทดสอบโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ อีกครั้ง
อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทอาจชะลอลงบ้าง เนื่องจากผู้ส่งออกทยอยขายเงินดอลลาร์ และตลาดคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้าอยู่ที่ระดับ 31.50-31.85 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับกลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน นักวิเคราะห์แนะนำให้ผู้เล่นในตลาดพิจารณาใช้เครื่องมือทางการเงินที่หลากหลาย เช่น Options หรือสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เนื่องจากความผันผวนของเงินบาทเสี่ยงที่จะสูงขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการเงิน
ในส่วนของตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปีของสหรัฐฯ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนและอาจปรับตัวสูงขึ้นต่อได้ หากตลาดปรับลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ยของเฟดเพิ่มเติม ซึ่งต้องจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะออกมาในสัปดาห์นี้



