บสย. เปิดยุทธศาสตร์ “3-Prompt” ขยายโอกาส SMEs เข้าถึงสินเชื่อ ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน
บสย. เปิดยุทธศาสตร์ “3-Prompt” ขยายโอกาส SMEs ลดความเหลื่อมล้ำ

บสย. เปิดยุทธศาสตร์ “3-Prompt” ขยายโอกาส SMEs เข้าถึงสินเชื่อ ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ประกาศเดินหน้าชูยุทธศาสตร์ “3-Prompt” หรือ “บสย. 3 พร้อม” ซึ่งประกอบด้วย “พร้อมค้ำ-พร้อมช่วย-พร้อมพลัส+” เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินและยกระดับองค์กร โดยมุ่งเพิ่มโอกาสให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เข้าถึงสินเชื่อกับผู้ให้บริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น พร้อมตั้งเป้ายอดค้ำประกันสินเชื่อในปี 2569 ให้ทะลุ 70,000 ล้านบาท

ผลงาน 2 เดือนแรกและเป้าหมายหลัก

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. เปิดเผยว่า ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 บสย. มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 14,567 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อ 17,853 ราย สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 60,160 ล้านบาท และช่วยพยุงสินเชื่อ SMEs ที่หดตัวต่อเนื่องมา 14 ไตรมาส เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดค้ำประกันสูงขึ้นถึง 4.43 เท่า สำหรับปีนี้ บสย. มุ่งขยายบทบาทการค้ำประกันสินเชื่อ สร้างโอกาสให้ SMEs เป็นเครื่องมือหลักกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้ 4 แนวคิดหลัก ได้แก่

  1. ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินของ SMEs
  2. เพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อโดย บสย.
  3. ยกระดับองค์กรเพื่อรองรับนวัตกรรมทางการเงิน
  4. เชื่อมโยงเข้าสู่ระบบนิเวศดิจิทัลทางการเงิน

รายละเอียดยุทธศาสตร์ “3-Prompt”

ยุทธศาสตร์ “3-Prompt” นี้ต่อยอดจากมาตรการ “บสย. พร้อมค้ำ พร้อมช่วย” ในปีที่ผ่านมา เพื่อช่วยเหลือ SMEs อย่างเข้มข้นและครอบคลุมมากขึ้น โดยเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่ ใช้ดิจิทัลเป็นแรงขับเคลื่อน เชื่อมโยง บสย. เข้ากับ Digital Ecosystem นำ AI มาใช้ในกระบวนการภายใน และร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการสินเชื่อดิจิทัล ตลอดจนเตรียมค้ำประกันสินเชื่อ Digital Credit Guarantee กับ Virtual Banking ในอนาคต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

1. “บสย. พร้อมค้ำ” ดันยอดค้ำฯ ทะลุ 7 หมื่นล้าน มุ่งช่วย “กลุ่มเปราะบาง”

ภายใต้มาตรการ “บสย. พร้อมค้ำ” ปีนี้ตั้งเป้ายอดค้ำประกันสินเชื่อกว่า 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็นมาตรการ “บสย. Quick Big Win” 50,000 ล้านบาท และมาตรการอื่นๆ กว่า 20,000 ล้านบาท คาดว่าจะก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินมากกว่า 80,000 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อเพิ่มขึ้น 67,500 ราย รักษาการจ้างงาน 615,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่า 295,000 ล้านบาท

โครงการหลักได้แก่ มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ บสย. Quick Big Win ซึ่งตั้งแต่เปิดโครงการเมื่อกลางเดือนธันวาคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569 มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 16,500 ล้านบาท คาดว่าจะอนุมัติเต็มวงเงิน 50,000 ล้านบาทในช่วงกลางปี 2569 โครงการนี้มีจุดเด่นคือ ค้ำประกันยาว 7 ปี ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก และนำเครื่องมือ Risk-based Pricing มาใช้กับอัตราค่าธรรมเนียมเริ่มต้น 1% เพื่อลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อ

นอกจากนี้ ยังมีมาตรการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อรถกระบะ “กระบะพี่ มีคลังค้ำ” วงเงินคงเหลือ 3,500 ล้านบาท ขยายระยะเวลารับคำขอจนถึงสิ้นปี 2569 พร้อมขยายความร่วมมือกับลีสซิ่งของค่ายรถยนต์ และรองรับงานมอเตอร์โชว์ 2026 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 บสย. ยังมุ่งขยายการค้ำประกันไปยัง Non-Bank ในกลุ่ม “นาโนไฟแนนซ์” กว่า 70 รายทั่วประเทศ เพื่อช่วย Micro SMEs ที่เป็น “กลุ่มเปราะบาง” โดยเน้นวงเงินค้ำประกันรายละไม่เกิน 100,000 บาท

2. “บสย. พร้อมช่วย” รุก “แก้หนี้-เสริมความรู้” ปลดหนี้ SMEs

ในปี 2569 บสย. พร้อมเป็น “ตัวช่วย” ให้กับ SMEs ใน 2 มิติ คือ ให้ความช่วยเหลือผ่านมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” ช่วยลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม ลด ปลดหนี้ แก้หนี้ยั่งยืน โดยลูกหนี้ “กลุ่มเปราะบาง” หนี้คงเหลือไม่เกิน 2 แสนบาท สามารถลดต้นสูงสุด 50% และลูกหนี้ SMEs หนี้คงเหลือมากกว่า 2 แสนบาท ลดต้นสูงสุด 40% ปีนี้ตั้งเป้าปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้มากกว่า 6,000 ราย เพิ่มจากปี 2568 ที่ 5,835 ราย และช่วยลูกหนี้ “ปลดหนี้” ไม่ต่ำกว่า 1,000 ราย เพิ่มจากปีก่อนที่ 992 ราย

ลูกหนี้สามารถสมัครร่วมมาตรการผ่าน LINE OA : @tcgfirst และเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ด้วยตัวเอง บสย. ยังตอกย้ำบทบาท “ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs” โดยเน้นการทำงานเชิงรุก เพิ่มศักยภาพด้านความรู้และทักษะประกอบอาชีพ ขยายความร่วมมือในรูปแบบ “ศูนย์ช่วยเพื่อน SMEs” ร่วมกับสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พร้อมจัดโครงการ Business School on tour ร่วมกับสำนักงานเขต บสย. ทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ

3. “บสย. พร้อมพลัส+” เปิดตัว 4 พลังบวก (4 New Engines) ขับเคลื่อนช่วยเหลือ SMEs

ตลอดปี 2569 บสย. เพิ่มเครื่องมือทางการเงินภายใต้มาตรการ “บสย. พร้อมพลัส+” โดยใช้ดิจิทัลเป็นแรงขับเคลื่อนและยกระดับองค์กร พร้อมเปิดตัว 4 เครื่องยนต์ พลังบวกใหม่ ได้แก่

  1. เพิ่มการเชื่อมโยงระบบ Operating Model บสย. เข้ากับโครงการ SMEs Credit Boost ใช้ความชำนาญ บสย. ตลอด 35 ปี รับบริหารมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ คาดก่อให้เกิดสินเชื่อมากกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อยกระดับงานด้าน Operating และขยายสู่พันธมิตรผู้ให้บริการสินเชื่อใหม่ๆ
  2. เพิ่มเครื่องมือบริการเครดิตสกอริ่ง TCG Score (As-a-Service) ผสานกับเครดิตสกอริ่งของกระทรวงการคลังและผู้ให้บริการอื่นๆ เพื่อบูรณาการเป็นเครดิตสกอริ่งสำหรับประเมิน Micro SMEs มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน และให้บริการตรวจสุขภาพทางการเงินกับสมาชิกหน่วยงานพันธมิตร
  3. เพิ่มแพลตฟอร์มดิจิทัลให้ SMEs First and Fast พลิกโฉมการให้บริการของ บสย. ด้วย New Customer Journey : O2O ให้ SMEs มาพบ บสย. ก่อน เพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพด้านเครดิต โดย บสย. เป็นตัวกลาง SMEs’ Gateway เชื่อมต่อ SMEs กับผู้ให้บริการทางการเงินที่เหมาะสม
  4. เพิ่มเครื่องมือ “PromptClaim Management” ให้กับสถาบันการเงิน ยกเครื่องการให้บริการผ่านรูปแบบการจองวงเงินรายใบ ด้วยบริการค้ำรายใบ เคลมรายใบ จองวงเงินรายใบ และบริหารเงินเคลมตามสัดส่วนของพอร์ตค้ำประกันสินเชื่อของแต่ละสถาบันการเงินด้วยตัวเองได้แบบ Real-time เตรียมเปิดให้บริการในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้

ยุทธศาสตร์ “3-Prompt” ของ บสย. จึงไม่เพียงแต่มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการเงิน แต่ยังเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ SMEs ผ่านการเข้าถึงสินเชื่อที่ง่ายขึ้น การแก้หนี้อย่างยั่งยืน และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว