พระราชกฤษฎีกายกเว้นภาษีโซล่าเซลล์-อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ต่อเนื่องถึงปี 2571
ยกเว้นภาษีโซล่าเซลล์-อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ถึงปี 2571

พระราชกฤษฎีกายกเว้นภาษีโซล่าเซลล์และอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ต่อเนื่องถึงปี 2571

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 805) พ.ศ. 2569 โดยมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้ประกาศยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในบางกรณี

รายละเอียดการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา

มาตรา 3 ของพระราชกฤษฎีกากำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดา (ไม่รวมห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล) สำหรับเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้ออุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งติดตั้งบนหลังคา ดาดฟ้า หรือส่วนใดของอาคารที่สามารถเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ โดยระบบต้องเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

เงื่อนไขสำคัญ: ยกเว้นภาษีตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 200,000 บาท โดยสามารถใช้สิทธิได้หนึ่งครั้งในปีภาษีที่การเชื่อมต่อระบบสำเร็จ และต้องไม่นำค่าใช้จ่ายนี้ไปใช้สิทธิยกเว้นภาษีตามมาตรา 4 ของพระราชกฤษฎีกานี้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ระยะเวลาการใช้สิทธิ: ค่าใช้จ่ายต้องเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลบังคับใช้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571

การยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในภาคอุตสาหกรรม

มาตรา 4 กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (5)-(8) ของประมวลรัษฎากร รวมถึงบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล โดยยกเว้นภาษีร้อยละ 50 ของเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการลงทุนในเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง หรือวัสดุและอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงานที่ส่งผลต่อการประหยัดพลังงาน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ข้อกำหนด: อุปกรณ์หรือวัสดุดังกล่าวต้องได้รับการรับรองฉลากแสดงระดับประสิทธิภาพพลังงานระดับ 5 ดาว จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

ระยะเวลาการใช้สิทธิ: ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้มีผลบังคับใช้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2571 เช่นเดียวกัน

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเพิ่มเติม

มาตรา 5 ระบุหลักเกณฑ์สำคัญสำหรับการได้รับสิทธิยกเว้นภาษี ดังนี้:

  • ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และต้องได้รับใบกำกับภาษีที่จัดทำโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์
  • ห้ามนำค่าใช้จ่ายที่ใช้สิทธิยกเว้นภาษีตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปใช้สิทธิยกเว้นภาษีตามพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงอื่น รวมถึงไม่นำไปใช้ในกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุนหรือกฎหมายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
  • ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขอื่นตามที่อธิบดีกรมสรรพากรประกาศกำหนด

เหตุผลและวัตถุประสงค์

พระราชกฤษฎีกานี้มีเหตุผลเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการผลิตไฟฟ้าภาคครัวเรือน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อช่วยให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนทางพลังงาน ความเป็นกลางทางคาร์บอน และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

มาตรา 6 กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้ โดยพระราชกฤษฎีกามีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป