ค่าไฟฟ้าไทยปี 2569 เปรียบเทียบอาเซียน พร้อม 5 เทคนิคปรับแผนการเงินรับมือค่าครองชีพ
ในปี 2569 ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 10% ตั้งแต่ต้นปี ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของคนไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะค่าเดินทาง ค่าอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภค และที่สำคัญคือ ค่าไฟฟ้า เนื่องจากไทยใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าเป็นหลัก แม้ภาครัฐจะช่วยชะลอราคาน้ำมันในช่วงสงกรานต์ แต่ความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซที่รุนแรงขึ้นทำให้ราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง
ค่าไฟฟ้าไทย 3.95 บาทต่อหน่วย มาจากไหน?
คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้มีมติเห็นชอบค่าเอฟทีงวดเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม 2569 ที่ 16.23 สตางค์ต่อหน่วย ทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วย (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยใช้กลไก Claw back นำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกินประมาณ 9,472 ล้านบาทมาช่วยลดค่าไฟได้ 13.43 สตางค์ต่อหน่วย และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) จะรับภาระต้นทุนสะสมมูลค่ารวม 35,928 ล้านบาทไปก่อน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามมติ กกพ. ในเดือนกันยายน 2569 ว่าจะเพิ่มราคาหรือตรึงไว้ได้
ค่าไฟฟ้าไทยเทียบกับอาเซียน ยังแพงหรือไม่?
จากข้อมูลล่าสุดของ กกพ. ในเดือนมีนาคม 2569 พบว่าค่าไฟฟ้าเฉลี่ยต่อหน่วยสำหรับบ้านพักอาศัย (600 หน่วยต่อเดือน) ของไทยอยู่อันดับที่ 4 จาก 10 ประเทศในอาเซียน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยอาเซียนที่ 3.82 บาทต่อหน่วย
- ประเทศที่ค่าไฟฟ้าสูงกว่าไทย: ฟิลิปปินส์ (7.05 บาท), สิงคโปร์ (6.65 บาท), และกัมพูชา (5.27 บาท)
- ประเทศที่ค่าไฟฟ้าถูกกว่าไทย: เมียนมาและเวียดนาม (3.53 บาท), มาเลเซีย (2.92 บาท), และอินโดนีเซีย (2.83 บาท)
แม้ไทยจะไม่ติด 3 อันดับแรกของค่าไฟฟ้าที่สูงสุดในอาเซียน แต่ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้คนไทยต้องเร่งปรับตัวและวางแผนการเงินให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอน
5 เทคนิคจัดการเงินรับมือยุคของแพง
เมื่อปัจจัยภายนอกเช่นสงครามและราคาสินค้าที่สูงขึ้นไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ การปรับพฤติกรรมและวางแผนการเงินจึงเป็นสิ่งสำคัญ ต่อไปนี้คือ 5 เทคนิคที่แนะนำ:
- ทำบัญชีรายจ่ายแยกให้ชัด: จัดการเงินโดยแบ่งเป็น Need (ความต้องการพื้นฐาน) และ Want (สิ่งอยากได้) เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่ควรแบ่งเงินเพื่อความสุขอย่างเหมาะสม
- สำรองเงินฉุกเฉิน 6-12 เท่า: เตรียมเงินสำรองเพิ่มจากเดิม 3-6 เดือน เป็น 6-12 เดือน เพื่อรับมือกับเหตุไม่คาดฝันหรือภาระหนี้ที่อาจเพิ่มขึ้น
- มีหนี้ต้องรีบวางแผน: ลิสต์ยอดหนี้และดอกเบี้ยให้ชัดเจน เพื่อวางแผนจ่ายหนี้ รีไฟแนนซ์ หรือปรับโครงสร้างหนี้ หากไม่ไหวจริงๆ ควรปรึกษาธนาคาร
- วางแผนระยะยาวลดค่าใช้จ่ายประจำ: เช่น ติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า หรือเลือกรถไฟฟ้าเพื่อลดความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่อาจแพงขึ้น
- แบ่งเงินลงทุนสู้เงินเฟ้อ: จัดสรรเงินเพื่อการลงทุนระยะยาว เช่น กองทุนรวม หุ้น พันธบัตร โดยต้องเข้าใจความเสี่ยงที่รับได้
การเตรียมพร้อมทางการเงินจะช่วยให้รับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ



