ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2567 ยังคงทรงตัว
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเมษายน 2567 ทรงตัว (22.03.2026)

ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2567 ยังคงทรงตัว

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคสำหรับเดือนเมษายน พ.ศ. 2567 โดยพบว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 63.0 คะแนน ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงภาวะทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีความไม่แน่นอนและความกังวลในหมู่ประชาชน

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค

จากการสำรวจพบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงทรงตัวคือ ความกังวลต่อค่าครองชีพที่สูงขึ้น และ ระดับหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ประชาชนหลายส่วนยังรู้สึกถึงภาระทางการเงินที่หนักอึ้ง โดยเฉพาะในด้านค่าใช้จ่ายประจำวันและภาระหนี้สิน ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจใช้จ่ายและลงทุน

นอกจากนี้ การสำรวจยังชี้ให้เห็นว่า ความเชื่อมั่นในด้านรายได้และโอกาสการจ้างงานยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น สถานการณ์นี้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญกับความท้าทายจากอัตราเงินเฟ้อและความผันผวนทางการเมือง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มและผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ทรงตัวในเดือนเมษายน 2567 นี้ อาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในระยะสั้น โดยเฉพาะในภาคการบริโภคและบริการ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของจีดีพี หากความเชื่อมั่นยังไม่ฟื้นตัว อาจทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงได้

อย่างไรก็ตาม ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะมีมาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมหากจำเป็น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาผลกระทบจากปัจจัยลบต่างๆ การฟื้นตัวของความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น นโยบายรัฐบาลและสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

โดยสรุป ผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2567 แสดงให้เห็นถึงความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีอยู่ แต่ก็สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของภาคครัวเรือนไทยในภาวะที่ยากลำบาก