คลังยืนยัน! 'คนละครึ่งพลัส' เริ่มได้พฤษภาคมนี้ แจกสิทธิเกิน 20 ล้านคน
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการคนละครึ่งพลัสอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 เมษายน 2569 เพื่อให้ประชาชนสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งถือเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจในช่วง 30 วัน
เตรียมความพร้อมลงทะเบียนกับธนาคารกรุงไทย
กระทรวงการคลังได้หารือร่วมกับธนาคารกรุงไทยเพื่อเตรียมความพร้อมในรายละเอียดและการลงทะเบียน หลังจากที่ครม.เห็นชอบโครงการดังกล่าวแล้ว โดยนายลวรณยืนยันว่าการลงทะเบียนจะใช้รูปแบบใครลงทะเบียนก่อนก็ได้รับสิทธิก่อนตามเดิม
สำหรับจำนวนผู้ได้รับสิทธินั้น คาดว่าจะมากกว่า 20 ล้านคนแน่นอน เนื่องจากเศรษฐกิจที่เปราะบางและประชาชนต้องการความช่วยเหลือในวงกว้างมากขึ้น อย่างไรก็ตาม วงเงินและรายละเอียดการแจกยังต้องรอการประกาศจากรัฐบาลอีกครั้ง
ใช้งบประมาณ 84,000 ล้านบาทจากงบกลาง
ในเบื้องต้น กรมบัญชีกลางรายงานว่ามีงบประมาณปี 2569 ที่ยังไม่ได้ผูกพันการใช้จ่าย วงเงินจำนวน 84,000 ล้านบาท ซึ่งสามารถโอนย้ายมาใช้ในโครงการคนละครึ่งพลัสได้ โดยครม.จะต้องออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) โอนเงินดังกล่าวออกจากงบประมาณปกติก่อน
นายลวรณกล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว รัฐบาลจะมีมาตรการชุดใหญ่เพิ่มเติมเพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนต่อไป
เติมเงิน 100 บาทเข้าบัตรสวัสดิการฯ ทันใช้สงกรานต์
ส่วนความคืบหน้าการเติมเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาท เป็นเวลาหนึ่งเดือน เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงนั้น ได้มีการเสนอต่อที่ประชุมครม.นัดพิเศษในวันที่ 11 เมษายน 2569 เพื่อขอใช้วงเงินกว่า 1,300 ล้านบาท
คาดว่าเมื่อครม.อนุมัติแล้ว จะสามารถโอนเงินให้ประชาชนได้ทันทีก่อนช่วงเทศกาลสงกรานต์
มาตรการช่วยเหลือกลุ่มขนส่งและกองทุนน้ำมัน
ในการประชุมครม.นัดเดียวกันนี้ จะมีการเสนอมาตรการช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันให้กับกลุ่มขนส่ง โดยขอใช้วงเงินราว 1,600 ล้านบาท ส่วนรายละเอียดการอุดหนุนต้องรอประกาศจากกระทรวงคมนาคมอีกครั้ง
นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าของการออกพ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 150,000 ล้านบาท ซึ่งจะเข้าสู่ที่ประชุมครม.ในวันที่ 11 เมษายน 2569 ด้วย
นายลวรณเชื่อว่าวงเงินดังกล่าวจะเพียงพอในการอุดหนุนราคาน้ำมันได้อีกระยะหนึ่ง เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯมีฐานะติดลบประมาณ 50,000 ล้านบาท ทำให้เหลือสภาพคล่องที่สามารถกู้ได้อีก 100,000 ล้านบาท
เสนอทบทวนการลดภาษีน้ำมัน
กระทรวงการคลังได้เสนอครม.ให้ทบทวนมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันที่จะลดลง 1 บาท เนื่องจากมองว่าการใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯมาอุดหนุนราคาน้ำมันจะเหมาะสมกว่า
การลดภาษีเพียง 1 บาทอาจไม่ช่วยบรรเทาผลกระทบได้มากนัก แต่เสี่ยงสร้างวิกฤตฐานะการคลังเพิ่ม เนื่องจากรายได้รัฐบาลไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้มากในขณะนี้
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลยืนยันจะลดภาษีน้ำมัน กระทรวงการคลังก็ได้เตรียมมาตรการนี้ไว้แล้วเช่นกัน แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของครม.ว่าจะทบทวนหรือยกเลิกหรือไม่



