เงินบาทอ่อนค่าสุดรอบ 10 เดือนกดดันตลาดหุ้นไทยผันผวนรุนแรง
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้เผยแพร่รายงานการประเมินค่าเงินบาทและตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยชี้ให้เห็นถึงความผันผวนที่เกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปัจจัยภายนอกหลายประการ
เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือน
ในช่วงสัปดาห์วันที่ 23–27 มีนาคม 2569 ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนค่าอย่างชัดเจน โดยแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือนที่ 33.06 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นสัปดาห์ สาเหตุหลักมาจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านในตะวันออกกลาง ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาดการเงินทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม เงินบาทได้ฟื้นตัวขึ้นในช่วงสั้นๆ ตามแรงซื้อคืนสินทรัพย์เสี่ยงในภูมิภาคเอเชีย หลังมีสัญญาณว่าสถานการณ์อาจคลี่คลายบางส่วน จากการที่สหรัฐอเมริกาชะลอแผนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน แต่ในช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทกลับมาอ่อนค่าอีกครั้ง สอดคล้องกับราคาน้ำมันโลกที่ยังอยู่ในระดับสูงและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ที่ยังยืดเยื้อ
ตลาดหุ้นไทยผันผวนหลุดระดับ 1,400 จุด
ขณะที่ตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET Index ปรับตัวผันผวนและหลุดระดับ 1,400 จุดในช่วงต้นสัปดาห์ จากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติและสถาบัน ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง แต่ดัชนีได้ฟื้นตัวในช่วงกลางสัปดาห์ หลังสหรัฐอเมริกาเลื่อนแผนโจมตีและส่งสัญญาณการเจรจากับอิหร่าน รวมถึงมีรายงานว่าอิหร่านอนุญาตให้เรือขนน้ำมันของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ส่งผลให้มีแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี พลังงาน และธนาคาร
อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายสัปดาห์ ดัชนีลดช่วงบวกลงบางส่วน จากกระแสข่าวที่ยังมีความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน สะท้อนความไม่แน่นอนที่ยังคงกดดันตลาด แม้ว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้ามาซื้อสุทธิในช่วงท้ายสัปดาห์
ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในสัปดาห์หน้า
สำหรับสัปดาห์วันที่ 30 มีนาคม – 3 เมษายน 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.10–33.10 บาทต่อดอลลาร์ โดยต้องติดตามปัจจัยสำคัญ ได้แก่
- สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
- ทิศทางราคาน้ำมันโลก
- กระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศ
- ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐอเมริกาและประเทศเศรษฐกิจหลักอื่นๆ
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทยได้ประเมินแนวรับดัชนี SET Index ในสัปดาห์ถัดไปไว้ที่ 1,430 และ 1,410 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,465 และ 1,490 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตามยังคงเป็นทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐอเมริกา สถานการณ์ตะวันออกกลาง และกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของประเทศเศรษฐกิจหลักทั่วโลก
ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกา อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังไม่สามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ในปีนี้ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อความแข็งแกร่งของเงินดอลลาร์และความผันผวนของตลาดการเงินไทย



