ดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงเกินไป? 10 เรื่องต้องรู้ก่อนใช้สินเชื่อส่วนบุคคล
ดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูง 10 เรื่องต้องรู้ก่อนใช้สินเชื่อ (06.03.2026)

ดอกเบี้ยบัตรเครดิตในไทยสูงเกินไปหรือไม่? 10 ข้อต้องรู้ก่อนใช้สินเชื่อ

ประเด็นเรื่อง ดอกเบี้ยบัตรเครดิต ในประเทศไทยที่หลายคนมองว่าสูงเกินไป หรือมีวิธีคำนวณที่ซับซ้อนจนน่าปวดหัว เป็นเรื่องที่ผู้ใช้สินเชื่อทุกคนต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นหนี้ก้อนใหญ่จนจ่ายไม่ไหว แน่นอนว่าบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่เราได้วงเงินสินเชื่อมาใช้ล่วงหน้า หากใช้โดยไม่เข้าใจเงื่อนไขให้เคลียร์ หนี้อาจบานได้ง่ายๆ

ตัวอย่างจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

ถ้ามีบัตรเครดิตที่กดเงินสดออกมาใช้ได้ 15,000 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ย 25% ต่อปี และจ่ายขั้นต่ำ 3% ต่อเดือนหรือราว 450 บาท หากจ่ายแบบนี้ไปเรื่อยๆ ต้องใช้เวลาถึง 18 ปี 3 เดือน หนี้ก้อนนี้ถึงจะหมดเงินต้น 15,000 บาท แต่ส่วนดอกเบี้ยจะอยู่ที่ 29,000 บาท เห็นไหมว่าจากหนี้ก้อนเล็กก็กลายเป็นก้อนใหญ่ได้หากไม่เข้าใจสินเชื่อที่กำลังใช้อยู่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

10 เรื่องต้องรู้เกี่ยวกับบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล

  1. ดอกเบี้ย 0% ต่อปีมีจริง แต่ได้กี่วันกี่เดือน? สำหรับบัตรเครดิต หากจ่ายเงินเต็มจำนวนตามที่รูดใช้จ่ายไป ส่วนใหญ่จะมีระยะปลอดดอกเบี้ย (Grace Period) ราว 45-55 วัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแต่ละธนาคาร สำหรับบัตรกดเงินสดและสินเชื่อส่วนบุคคล หากสถาบันการเงินมีโปรโมชันดอกเบี้ย 0% มักระบุระยะเวลาชัดเจน ถ้าไม่จ่ายคืนตรงเวลาจะถูกชาร์จดอกเบี้ย
  2. บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล คิดดอกเบี้ยได้กี่ %? ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนดเพดานสูงสุดว่า บัตรเครดิตคิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 16% ต่อปี สินเชื่อส่วนบุคคล (รวมบัตรกดเงินสด) คิดได้ไม่เกิน 25% ต่อปี
  3. ดอกเบี้ยคิดรายวัน แม้เพดานดอกเบี้ยจะกำหนดไว้ แต่การใช้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล หากผิดนัดชำระหรือผ่อนขั้นต่ำ จะถูกคิดดอกเบี้ยรายวัน
  4. ผ่อนขั้นต่ำไม่ฟรี คิดดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่รูดจ่าย? หลายคนรูดช้อปเพลินแล้วจ่ายขั้นต่ำ แต่ลืมดูว่าถูกคิดดอกเบี้ยรายวัน เช่น อาร์มรูดค่าแว่นตา 10,000 บาท จ่ายขั้นต่ำ 1,000 บาท ในงวดถัดไปต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่ม 260.38 บาท มาจากดอกเบี้ยสองส่วนคือเงินต้นและหนี้ที่เหลือ
  5. จ่ายช้าไม่กี่วัน ทำไมดอกเบี้ยเยอะจัง? หากจ่ายหนี้ช้ากว่ากำหนด ต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มและมากกว่าที่คิด เช่น ส้มโอรูดซื้อมือถือ 80,000 บาท จ่ายช้า 15 วัน ต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่ม 2,104 บาท พร้อมค่าทวงถามหนี้และ VAT 7% อีก 107 บาท
  6. กดเงินสดด้วยบัตรเครดิตจ่ายดอกเบี้ยแพงกว่า? แม้บัตรเครดิตมีดอกเบี้ย 16% ต่อปีต่ำกว่า แต่หากนำไปกดถอนเงินสดจากตู้ ATM มักเสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าบัตรกดเงินสด เพราะมีค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า 3% VAT 7% และดอกเบี้ยคิดรายวันนับตั้งแต่วันถอน
  7. ผ่อนดอกเบี้ย 0% เช็กก่อนว่าคุ้มจริงไหม? โปรโมชันผ่อนดอกเบี้ย 0% สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือของชิ้นใหญ่ ต้องระวังระยะเวลาผ่อนและราคาที่อาจสูงกว่าราคาเงินสด ซึ่งส่วนต่างคือดอกเบี้ยแฝง หากผิดนัดชำระแม้แต่งวดเดียวต้องเจอดอกเบี้ยเต็มอัตรา
  8. อยากกู้สินเชื่อส่วนบุคคล ต้องดูว่าเจอดอกเบี้ยแบบไหน? สินเชื่อส่วนบุคคลมีหลายแบบและอัตราดอกเบี้ยไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของผู้กู้ ต้องเช็กให้ดีว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ (Flat Rate) หรือแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) ซึ่งหลังอาจช่วยให้โป๊ะหนี้เพิ่มเติมได้
  9. มีหนี้ดอกสูง รีไฟแนนซ์ได้ การรีไฟแนนซ์คือการปิดสินเชื่อจากเจ้าหนี้เดิมและย้ายไปใช้สินเชื่อของเจ้าหนี้ใหม่ที่ให้เงื่อนไขดีกว่า เช่น ดอกเบี้ยถูกลง บางกรณียังสามารถรีไฟแนนซ์ในธนาคารเดิมโดยเปลี่ยนประเภทสินเชื่อได้
  10. รวมหนี้ลดดอกเบี้ยได้ สามารถนำหนี้บัตรเครดิตมารวมกับหนี้บ้านได้ด้วยมาตรการแก้หนี้ระยะยาวของ ธปท. เช่น เอกมีหนี้บัตรเครดิต 50,000 บาทและสินเชื่อบ้าน สามารถขอรวมหนี้เพื่อจ่ายดอกเบี้ยในอัตราสินเชื่อบ้านที่เฉลี่ย 3-5% ต่อปี ซึ่งถูกกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิต 16% ต่อปี

สุดท้ายนี้ บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มสภาพคล่อง แต่มีต้นทุนดอกเบี้ยสูง ก่อนใช้ต้องคิดและวางแผนให้ดีว่ามีจ่ายหนี้คืน เพื่อหลีกเลี่ยงวงจรหนี้ดอกเบี้ยสูงในระยะยาว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram