ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคไตรมาส 1/67 ติดลบ 8.4 จุด
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคไทยไตรมาส 1 ติดลบ 8.4 จุด

ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคไตรมาส 1/67 ติดลบ 8.4 จุด

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เปิดเผยผลการสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคในไตรมาสแรกของปี 2567 ซึ่งพบว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ติดลบ 8.4 จุด สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลและความไม่แน่นอนในภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยผลสำรวจนี้ครอบคลุมกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนทั่วประเทศในหลากหลายช่วงอายุและระดับรายได้

ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นที่ลดลง

จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ในระดับติดลบ ได้แก่ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยเฉพาะราคาอาหารและพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของครัวเรือน นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์การเมืองภายในประเทศก็มีส่วนทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ผู้มีรายได้น้อยและผู้สูงอายุ ซึ่งมักมีภาระค่าใช้จ่ายประจำที่สูงและความสามารถในการปรับตัวต่อภาวะเงินเฟ้อที่จำกัด ในขณะที่กลุ่มวัยทำงานและผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูงก็แสดงความกังวลต่ออนาคตทางการเงินเช่นกัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มและข้อเสนอแนะจากธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและอาจพิจารณามาตรการสนับสนุนเพิ่มเติมหากภาวะเศรษฐกิจยังคงเปราะบาง โดยเสนอแนะให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินนโยบายเพื่อ ลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย เช่น การควบคุมราคาสินค้าจำเป็นและการส่งเสริมการลงทุนในภาคธุรกิจ

นอกจากนี้ ธปท. ยังแนะนำให้ผู้บริโภควางแผนการเงินอย่างรอบคอบและหลีกเลี่ยงการก่อหนี้ที่ไม่จำเป็น เพื่อรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงมีแนวโน้มจะส่งผลกระทบต่อ ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม เนื่องจากผู้บริโภคอาจลดการซื้อสินค้าและบริการที่ไม่จำเป็น ซึ่งอาจชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ ดังนั้น การฟื้นฟูความเชื่อมั่นจึงเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง